การรักษาเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และการรับมืออย่างถูกวิธี
ศูนย์ : ศูนย์อายุรกรรม (เบาหวาน)
บทความโดย : พญ. สุภัทรา ปวรางกูร
ช่วงเวลาที่คุณแม่เริ่มอุ้มท้อง เป็นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่มักมาพร้อมความกังวลคือภาวะแทรกซ้อนอย่าง "เบาหวานขณะตั้งครรภ์" ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยขึ้นในปัจจุบัน หากคุณแม่ตรวจพบภาวะนี้ ไม่ต้องตกใจไปครับ เพราะหากเรารู้จักวิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ ทั้งตัวคุณแม่และทารกในครรภ์ก็สามารถแข็งแรงสมบูรณ์ได้จนถึงวันคลอด
สารบัญ
ทำความรู้จักกับ "เบาหวานขณะตั้งครรภ์" คืออะไร?
เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes Mellitus - GDM) คือความบกพร่องในการทนต่อกลูโคสที่เกิดขึ้นครั้งแรกในระหว่างการตั้งครรภ์ สาเหตุหลักเกิดจากรกมีการสร้างฮอร์โมนหลายชนิดขึ้นมา ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้มีผลต้านฤทธิ์ของอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถจัดการกับน้ำตาลในเลือดได้ตามปกติ โดยปกติแล้ว โรคนี้มักถูกวินิจฉัยในช่วงสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจไม่มีอาการผิดปกติที่ชัดเจน
ทำไมภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ถึงอันตราย?
หากคุณแม่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
-
ผลกระทบต่อทารกในครรภ์
- ภาวะน้ำหนักเกิน: ทารกจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าปกติ ทำให้คลอดยากและอาจเกิดอันตรายระหว่างคลอด
- การคลอดก่อนกำหนด: เพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด
- น้ำตาลในเลือดต่ำหลังคลอด: เมื่อคลอดออกมา ทารกอาจมีระดับน้ำตาลลด
- ความเสี่ยงในอนาคต: ลูกมีโอกาสเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้มากกว่าปกติเมื่อเติบโตขึ้น
- ทารกพิการแต่กำเนิด หากควบคุมเบาหวานไม่ดีในระยะแรกของการตั้งครรภ์
-
ผลกระทบต่อคุณแม่ตั้งครรภ์
- ภาวะแท้ง
- ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia): ทำให้ความดันโลหิตสูง และอาจพบไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ
- การติดเชื้อที่กรวยไต
- ครรภ์แฝดน้ำ
การรักษาเบาหวานขณะตั้งครรภ์
หัวใจสำคัญของการรักษาคือ การวินิจฉัยที่รวดเร็ว เมื่อพบว่าเป็นแล้ว แพทย์จะวางแผนการรักษาตามความรุนแรงของโรค ได้แก่
-
การควบคุมอาหาร (Medical Nutrition Therapy)นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเน้นสัดส่วนสารอาหารดังนี้
- คาร์โบไฮเดรต: 50-55%
- ไขมัน: 25-30%
- โปรตีน: 20%
- การแบ่งมื้ออาหาร: ควรแบ่งเป็น 6-7 มื้อต่อวัน (3 มื้อหลัก และอาหารว่าง) โดยเฉพาะ อาหารว่างก่อนนอน เพื่อป้องกันน้ำตาลต่ำในช่วงกลางคืน
ข้อแนะนำพิเศษ: งดอาหารรสหวานจัด ขนมหวาน และน้ำผลไม้ แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าระหว่างมื้ออาหารมากกว่าดื่มพร้อมมื้ออาหาร
-
การรักษาด้วยยาอินซูลิน
หากควบคุมอาหารแล้วระดับน้ำตาลยังสูงเกินเกณฑ์ เช่น FBS มากกว่า 95 มก./ดล. หรือหลังกินข้าว 2 ชม. เกิน 120 มก./ดล. หรือหลังกินข้าว 1 ชม. เกิน 140 มก./ดล. แพทย์จะพิจารณาให้ยาฉีดอินซูลิน
-
การออกกำลังกายที่เหมาะสม
การออกกำลังกายช่วยให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น ผู้ป่วยที่ไม่มีข้อห้าม สามารถทำกิจวัตรประจำวันและทำงานที่ไม่หักโหมได้ตามปกติ
เกณฑ์ระดับน้ำตาลที่ "คุณแม่เบาหวาน" ต้องรู้
เพื่อให้การดูแลตัวเองเป็นไปตามเป้าหมาย คุณแม่ควรจดบันทึกระดับน้ำตาลดังนี้ (ตาม ADA 2026)
- ก่อนอาหารและก่อนนอน: 70-95 มก./ดล.
- หลังอาหาร 1 ชั่วโมง: น้อยกว่า 110-140 มก./ดล.
- หลังอาหาร 2 ชั่วโมง: น้อยกว่า 100-120 มก./ดล.
การดูแลหลังคลอด เบาหวานหายจริงหรือไม่?
หลังคลอด แพทย์จะให้งดการฉีดอินซูลินหรือลดการฉีดอินซูลินทันที และติดตามน้ำตาลใน 1-3 วันแรก อย่างไรก็ตาม คุณแม่ยังมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานในอนาคต จึงต้องมาตรวจคัดกรองอีกครั้ง (75g OGTT) ในช่วง 4-12 สัปดาห์หลังคลอด สำหรับลูกน้อย จะต้องตรวจระดับน้ำตาลทันทีเพื่อป้องกันภาวะชักจากน้ำตาลต่ำ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (FAQ)
1:เบาหวานขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร?
ตอบ: เกิดจากฮอร์โมนจากรกต้านฤทธิ์อินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
2:ถ้าเป็นเบาหวานตอนท้อง ลูกจะออกมาเป็นเบาหวานเลยไหม?
ตอบ: ลูกอาจมีน้ำตาลต่ำในช่วงแรก และมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคทันทีที่เกิด
3:ต้องงดข้าวแป้งเลยหรือไม่?
ตอบ: ไม่ต้อง คุณแม่ยังต้องการคาร์โบไฮเดรต 50-55% ของพลังงานทั้งหมด แต่ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน
4:ออกกำลังกายแบบไหนปลอดภัยที่สุด?
ตอบ: การเดินและโยคะปลอดภัยสำหรับคุณแม่ หากไม่มีข้อห้าม
5:ถ้าคุมอาหารแล้วน้ำตาลยังไม่ลง ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการใช้ยาอินซูลิน
6:หลังคลอดแล้วเบาหวานจะหายไหม?
ตอบ: ส่วนใหญ่มักดีขึ้น แต่ต้องตรวจติดตามผลใน 4-12 สัปดาห์
7:อาการครรภ์เป็นพิษกับเบาหวานเกี่ยวข้องกันไหม?
ตอบ: เกี่ยว คุณแม่ที่เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงเป็นครรภ์เป็นพิษสูงกว่าคนปกติ
8:คุณแม่ที่เป็นเบาหวานต้องผ่าคลอดทุกคนไหม?
ตอบ: ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับขนาดตัวทารกและดุลยพินิจของแพทย์
การเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากคุณแม่มีวินัยในการคุมอาหารและออกกำลังกาย โดยในระยะหลังคลอดควรมาพบแพทย์เพื่อมาตรวจคัดกรองเบาหวานหลังคลอด 4-12 สัปดาห์ หลังจากนั้นคัดกรองทุก 1-3 ปี เพื่อประเมินหาความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือด
พญ.สุภัทรา ปวรางกูร
อายุรศาสตร์,อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม
ศูนย์อายุรกรรม (เบาหวาน)
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์อายุรกรรม (เบาหวาน)
เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาล CGM รู้ทันทุกการเปลี่ยนแปลงน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
