ผ่าตัดสมองผ่านกล้อง เทคนิคที่ปลอดภัยและฟื้นตัวไว
ศูนย์ : ศูนย์สมองและระบบประสาท
บทความโดย : ผศ.นพ. พีรพงศ์ เหลืองอาภาพงศ์
การผ่าตัดสมองในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอย่างในอดีต เพราะด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ที่ได้นำเทคโนโลยีกล้อง Microscopic และ Endoscopic เข้ามาใช้ในการรักษา สามารถช่วยให้ศัลยแพทย์เข้าถึงรอยโรคได้อย่างแม่นยำ ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อสมองส่วนที่ดี โดยเฉพาะการผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้องทางรูจมูกที่ทำให้ไร้แผลภายนอก ทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย ลดภาวะแทรกซ้อน และฟื้นตัวได้รวด สำหรับคนที่มีอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมอง เช่น ปวดหัวรุนแรงตอนเช้ามืด หรือการมองเห็นที่เปลี่ยนไป ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที
หากเป็นเมื่อสิบปีก่อน เมื่อพูดถึงการผ่าตัดสมองหลายคนคงจะนึกถึงการผ่าตัดใหญ่ที่น่ากลัว แต่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ การผ่าตัดสมองผ่านกล้อง ช่วยให้การผ่าตัดสมองมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อสมองส่วนที่ดี และทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย
สารบัญ
- เทคโนโลยีผ่าตัดสมองผ่านกล้องคืออะไร ?
- การผ่าตัดสมองผ่านกล้องดีอย่างไร ?
- นวัตกรรมการผ่าตัดสมองผ่านกล้อง
- เปรียบเทียบการผ่าตัดสมองแบบเปิด VS การผ่าตัดสมองผ่านกล้อง
- โรคที่ทำการรักษาด้วยการผ่าตัดสมอง
- เช็กสัญญาณเตือนเนื้องอกในสมอง และอาการที่ควรพบแพทย์
- การพักฟื้นตัวหลังผ่าตัดสมองผ่านกล้อง
- ปรึกษาปัญหาความผิดปกติของระบบประสาทและสมองที่โรงพยาบาลนครธน
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดสมองผ่านกล้อง (FAQs)
- ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
เทคโนโลยีผ่าตัดสมองผ่านกล้องคืออะไร ?
การผ่าตัดสมองผ่านกล้อง (Minimally Invasive Neurosurgery) คือ นวัตกรรมการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาทโดยการใช้อุปกรณ์สร้างภาพขนาดเล็ก (Camera/Scope) สอดเข้าไปยังจุดที่เกิดรอยโรคผ่านรูเจาะขนาดเล็ก หรือช่องเปิดตามธรรมชาติของร่างกายแทนการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเป็นแนวยาวแบบเดิม
การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ ศัลยแพทย์จะทำงานผ่านหน้าจอความละเอียดสูงที่แสดงภาพขยายของเนื้อเยื่อ เส้นประสาท และหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถกำจัดรอยโรคได้อย่างตรงจุดโดยไม่ต้องดึงรั้งเนื้อสมองส่วนดีที่อาจได้รับผลกระทบ
การผ่าตัดสมองผ่านกล้องดีอย่างไร ?
การผ่าตัดสมองด้วยเทคโนโลยีผ่านกล้องให้ผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีข้อดีที่โดดเด่นดังนี้
- ความแม่นยำสูงสุด ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดของสมองผ่านเลนส์ที่มีกำลังขยายสูง ทำให้การผ่าตัดตรงจุดและปลอดภัยยิ่งขึ้น
- ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อ ไม่กระทบกระเทือนสมองส่วนอื่นที่ยังปกติอยู่ ลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อข้างเคียงจากการใช้เครื่องมือพิเศษอย่าง CUSA และ LASER ในการตัดรอยโรค
- แผลเล็ก เจ็บน้อย ช่วยลดความเจ็บปวดของแผลหลังผ่าตัด และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
- ฟื้นตัวไว ผู้ป่วยใช้ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลน้อยลง สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น
- ความปลอดภัยสูงสุด ด้วยทัศนวิสัยที่ชัดเจนจากการใช้กล้องส่องรอยโรคโดยตรง จึงมีความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย
นวัตกรรมการผ่าตัดสมองผ่านกล้อง
เบื้องหลังความสำเร็จของการผ่าตัดแผลเล็กที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำ คือการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ประสาทและเทคโนโลยีชั้นสูง โดยใช้เครื่องมือพิเศษสอดผ่านช่องเปิดขนาดเล็กเพียง 1-4 ซม. หรือผ่านโพรงจมูก เพื่อเข้าถึงรอยโรคในส่วนลึกของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันนวัตกรรมหลักที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการรักษา มีดังต่อไปนี้
การผ่าตัดผ่านกล้องกำลังขยายสูง (Microscopic)
เป็นกล้องผ่าตัดที่มีกำลังขยายสูง และมีลำแสงที่สามารถส่งลงไปในจุดที่ลึก ๆ ได้ จึงให้รายละเอียดในการผ่าตัดที่สูงขึ้น ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียด เส้นประสาท และพยาธิสภาพที่ต้องการแก้ไขได้ชัดเจน มีความปลอดภัยมาก และลดอัตราการบาดเจ็บต่ออวัยวะสำคัญขนาดเล็กโดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้สำหรับผ่าตัดบริเวณที่มีรอยโรคขนาดเล็ก ทำให้สามารถมองเห็นโดยใช้กล้องขยาย และนำแสงเข้าไปถึงบริเวณรอยโรค
การผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก (Endoscopic)
เป็นการผ่าตัดที่ใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นแท่ง สอดเข้าไปในบริเวณสมองที่ต้องการผ่าตัดมีความละเอียดสูงทำให้มองเห็นในจุดที่ลึกได้อย่างชัดเจน โดยเครื่องมือชนิดนี้จะเหมาะสำหรับการผ่าตัดโดยใส่เข้าไปในโพรงต่าง ๆ ของกะโหลกศีรษะ เช่น โพรงจมูก เพื่อเข้าไปตัดก้อนเนื้องอกโดยเฉพาะก้อนเนื้องอกของต่อมใต้สมอง โดยที่ไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัด และอีกโพรงก็คือ โพรงน้ำในสมอง เพื่อเข้าไประบายเอาน้ำคั่งในสมองออก
เปรียบเทียบการผ่าตัดสมองแบบเปิด VS การผ่าตัดสมองผ่านกล้อง
หากเทียบการผ่าตัดสมองในรูปแบบเดิมกับการผ่าตัดสมองผ่านกล้อง มีจุดที่แตกต่างกันดังนี้
โรคที่ทำการรักษาด้วยการผ่าตัดสมอง
โรคทางสมองในปัจจุบันที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัด ที่พบบ่อยที่สุด มีดังต่อไปนี้
- โรคที่เกี่ยวข้องกับเนื้องอกในสมองทุกชนิด หรืออวัยวะข้างเคียงในสมอง จะเป็นการรักษาโดยการผ่าตัดเนื้องอกในสมองออก หรือการตัดเอาบางชิ้นส่วนของเนื้องอกเพื่อนำมาตรวจวินิจฉัยว่าเป็นชนิดใด เช่น โรคเนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง (Meningioma) เป็นเนื้องอกชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในชั้นเยื่อหุ้มสมองและเยื่อหุ้มไขสันหลัง เมื่อเยื่อหุ้มสมองอักเสบโตขึ้น อาจกดทับบางส่วนของสมองซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานที่เหมาะสมของสมองส่วนนั้น ทำให้เกิดอาการชัก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน แขน ขา อ่อนแรง รู้สึกชาหรือเจ็บบริเวณใบหน้า ร่างกายกระตุก ชัก เดินเซ เสียการทรงตัว สูญเสียการได้ยินหรือหูอื้อ หรือมีปัญหาการพูด สูญเสียความทรงจำ สูญเสียการรับรู้กลิ่น เป็นต้น
- โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดสมอง ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดสมองตีบ-ตัน หรือหลอดเลือดสมองแตก การรักษาโดยการผ่าตัดจะเข้าไปช่วยเหลือโดยการนำก้อนเลือดในหลอดเลือดสมองออก หรือเป็นการรักษาบริเวณที่หลอดเลือดสมองแตก
- เนื้องอกต่อมใต้สมอง เป็นการผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้อง ผ่านทางรูจมูกเพื่อเข้าถึงเนื้องอกโดยตรง ทำให้ผู้ป่วยไม่มีแผลเป็นภายนอก ฟื้นตัวไว และลดความเสี่ยงจากการเปิดกะโหลกศีรษะแบบเดิม
- โรคฝีในสมอง หรือการติดเชื้อในสมอง อุบัติเหตุที่ทำให้สมองมีเลือดออก และบวมช้ำ
เช็กสัญญาณเตือนเนื้องอกในสมอง และอาการที่ควรพบแพทย์
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการผิดปกติสะสมเกิน 2 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อวางแผนการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยมีสัญญาณอันตรายดังนี้
- ปวดหัวรุนแรงผิดปกติ โดยเฉพาะช่วงเช้ามืด หรือปวดมากขึ้นเมื่อไอ จาม หรือเบ่ง
- การมองเห็นผิดปกติ เช่น ภาพซ้อน ภาพเบลอ หรือมองไม่เห็นภาพด้านข้าง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของเนื้องอกต่อมใต้สมอง
- แขนขาอ่อนแรง มีอาการชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีก คล้ายอาการอัมพฤกษ์
- พฤติกรรมเปลี่ยนกะทันหัน บุคลิกภาพเปลี่ยนไป ขี้หลงขี้ลืม หรือพูดจาสับสน
- อาการชัก ทั้งที่ไม่เคยมีประวัติการชักมาก่อน
การพักฟื้นตัวหลังผ่าตัดสมองผ่านกล้อง
แม้ว่าการผ่าตัดแบบแผลเล็กจะสามารถฟื้นฟูได้ไวกว่า แต่ก็ควรดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ดังนี้
- ช่วง 1-2 วันแรก เฝ้าระวังใกล้ชิด ผู้ป่วยจะพักฟื้นในห้อง ICU เพื่อให้ทีมแพทย์และพยาบาลเฝ้าสังเกตอาการทางสมอง ระบบการหายใจ และระดับความรู้สึกตัวอย่างใกล้ชิด
- ช่วงวันที่ 3-5 เริ่มทำกายภาพ เมื่ออาการคงที่ ผู้ป่วยจะย้ายไปพักฟื้นที่ห้องพักปกติ แพทย์จะเริ่มให้ทำกายภาพบำบัดเบา ๆ เช่น การฝึกลุกนั่ง หรือเดินสั้น ๆ ในห้อง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อ
การดูแลแผลผ่าตัด
- กรณีผ่าตัดผ่านกล้อง (Microscopic) แผลจะมีขนาดเล็กมาก แพทย์จะใช้ไหมละลายหรือวัสดุปิดแผลพิเศษ ซึ่งดูแลรักษาง่ายและแทบไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
- กรณีผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้อง (Endoscopic) จะไม่มีแผลภายนอก แต่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ การไอจามรุนแรง หรือการเบ่งในช่วง 4-6 สัปดาห์แรก เพื่อให้เนื้อเยื่อภายในจมูกสมานตัวได้สมบูรณ์
การกลับไปใช้ชีวิตปกติ
- ภายใน 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานที่ไม่ต้องใช้แรงหนัก (Office Work) ได้
- ภายใน 6-8 สัปดาห์ โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถกลับไปออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมปกติได้เต็มที่ตามคำแนะนำของแพทย์
หากมีอาการที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับสมอง เช่น ปวดหัว ตาพร่า แขนขาอ่อนแรง นั่นอาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคร้ายทางสมองที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ควรเข้ารับการตรวจสมองเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรค และเข้ารับการรักษากับแพทย์ด้านสมองและระบบประสาท ก็จะทำให้การรักษานั้นง่าย และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
ปรึกษาปัญหาความผิดปกติของระบบประสาทและสมองที่โรงพยาบาลนครธน
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนครธน พร้อมดูแลผู้ป่วยด้วยทีมศัลยแพทย์ด้านประสาทและสมอง โดยให้บริการรักษาครอบคลุมทั้งการตรวจวินิจฉัยด้วย MRI การรักษาด้วยยา และการผ่าตัดสมองแผลเล็ก (Minimally Invasive Neurosurgery) มุ่งเน้นการรักษาที่ต้นเหตุเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกาย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
เวลาทำการ ศูนย์สมองและระบบประสาท
- วันจันทร์-วันอาทิตย์: ตั้งแต่เวลา 07:00-20:00 น.
สถานที่ตั้ง
- ศูนย์สมองและระบบประสาท: โรงพยาบาลนครธน ชั้น 1
ช่องทางการนัดหมายและสอบถามรายละเอียด
สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมการรักษา เช่น โปรแกรมผ่าตัดเนื้องอกในสมองผ่านกล้อง หรือการผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้องทางรูจมูก เพื่อประเมินอาการและนัดหมายกับแพทย์เฉพาะทางได้ที่
- - Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- - LINE Official: @nakornthon
- - Tel: 02-450-9999 ต่อ 1074-1075
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดสมองผ่านกล้อง (FAQs)
-
Q: การผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้องแตกต่างจากการผ่าตัดแบบเดิมอย่างไร ?
A: การผ่าตัดแบบเดิมอาจต้องเปิดกะโหลกศีรษะ แต่การผ่าตัดต่อมใต้สมองผ่านกล้อง แพทย์จะส่องกล้องเข้าทางรูจมูกโดยตรง ทำให้ไม่มีแผลเป็นภายนอก ลดความเจ็บปวด และฟื้นตัวไวขึ้นมาก
-
Q: อาการปวดหัวจากเนื้องอกต่างจากการปวดหัวทั่วไปอย่างไร ?
A: ปวดจากเนื้องอกมักจะปวดรุนแรงที่สุดตอนเช้ามืด โดยจะปวดมากขึ้นเมื่อเบ่งหรือไอ การกินยาแก้ปวดทั่วไป อาการมักจะไม่ทุเลาลง อีกทั้งอาจมีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
-
Q: หลังผ่าตัดสมองผ่านกล้องจะมีอาการความจำเสื่อมหรือบุคลิกเปลี่ยนไปไหม ?
A: เทคโนโลยีกล้องช่วยให้แพทย์หลีกเลี่ยงเนื้อสมองส่วนสำคัญที่ควบคุมความจำและบุคลิกภาพได้อย่างแม่นยำ ความเสี่ยงเหล่านี้จึงต่ำลงมากเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดกะโหลกขนาดใหญ่
-
Q: ผู้สูงอายุสามารถผ่าตัดสมองผ่านกล้องได้ปลอดภัยไหม ?
A: ได้ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดแบบบอบช้ำน้อย (MIS) ร่างกายจึงไม่ต้องแบกรับภาระหนัก ทำให้ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดและการดมยาสลบได้ดีกว่าวิธีเดิม
-
Q: หลังผ่าตัดสมองผ่านกล้องมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกไหม ?
A: ขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้องอก แต่การใช้กล้องและระบบนำทางช่วยให้แพทย์มองเห็นและนำรอยโรคออกได้หมดจดมากขึ้น จึงช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
Q: ก่อนเข้ารับการผ่าตัดสมองผ่านกล้อง ผู้ป่วยต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?
A: ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยควรงดยาและอาหารเสริม แนะนำให้แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ทำประจำ นอกจากนี้ จะต้องเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ทั้งตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด และตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้า รวมถึงการตรวจ MRI หรือ CT Scan ก่อนวันผ่าตัด เพื่อวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ในวันที่ผ่าตัด ทั้งยังต้องงดน้ำและอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง รวมถึงควรสระผมให้สะอาดด้วยแชมพูยาฆ่าเชื้อที่โรงพยาบาลจัดให้ งดแต่งหน้าและทาเล็บ เพื่อให้สังเกตความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาท
