EN

เด็กพัฒนาการทางภาษาล่าช้า ปัญหาที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพเด็ก

บทความโดย : พญ. กุลนิดา เต็มชวาลา

เด็กพัฒนาการทางภาษาล่าช้า ปัญหาที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

ในปัจจุบัน พบปัญหาเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า (เด็กพูดช้า) เป็นจำนวนมากกล่าวคือ 10-15% ในเด็กอายุ 2 ปี 5% ในเด็กวัยเริ่มเข้าเรียนและ 6-8% ในเด็กวัยเรียนซึ่งหากมีภาวะพัฒนาการทางภาษาล่าช้าต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อปัญหาการเรียน (โดยเฉพาะการอ่าน) ปัญหาอารมณ์ และพฤติกรรมที่ตามมาในอนาคตได้ ดังนั้นเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาล่าช้าจึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัย และให้การดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อช่วยแก้ไข และพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กอย่างเต็มศักยภาพ


พฤติกรรมที่บ่งชี้ว่าเด็กอาจมีปัญหาพัฒนาการทางภาษาล่าช้า

ควรได้รับการตรวจ ประเมินหาสาเหตุโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อายุ

พฤติกรรมพัฒนาการทางภาษา

แรกเกิด-4 เดือน ไม่ตอบสนองต่อเสียงในช่วงที่เด็กกำลังตื่นดี
5-7 เดือน ส่งเสียงน้อย หรือไม่ส่งเสียงอ้อแอ้โต้ตอบกับผู้เลี้ยงดู
9-12 เดือน ไม่นั้นหาเสียงไม่ทำเสียงเลียนเสียงพยัญชนะอื่นนอกจาก “อ”
15 เดือน ไม่พูดคำที่มีความหมายอย่างน้อย 1 คำ
18 เดือน ไม่เข้าใจหรือทำตามคำสั่งอย่างง่าย ไม่พูดคำที่มีความหมาย 3 คำ
2 ปี ไม่พูดคำที่มีความหมายต่างกัน 2 คำต่อเนื่องกัน พูดคำศัพท์น้อยกว่า 50 คำ
2 ปีครึ่ง ไม่พูดเป็นวลียาว 3-4 คำ ยังทำเสียงไม่เป็นภาษา
3 ปี ไม่พูดเป็นประโยคที่สมบูรณ์ ผู้อื่นฟังภาษาที่เด็กพูดส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ
4 ปี เล่าเรื่องสั้น ๆ ไม่ได้ผู้อื่นยังฟังภาษาที่เด็กพูดไม่เข้าใจเกินร้อยละ 25

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดพัฒนาการทางภาษาล่าช้า

ปัจจัยด้านชีวภาพ ได้แก่

  1. ประวัติมารดาช่วงตั้งครรภ์มีอาการเจ็บป่วย หรือใช้สารเคมีที่มีผลกระทบต่อเด็ก เช่น ดื่มสุรา ใช้สารเสพติดเป็นต้น
  2. ปัญหาขณะเกิด ได้แก่ การขาดออกซิเจน การเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าปกติ การเจ็บป่วยรุนแรงอื่น
  3. ประวัติครอบครัว ที่มีสมาชิกพัฒนาการผิดปกติ เช่น พูดช้า ปัญญาอ่อน เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่

  1. การเจ็บป่วยที่มีผลต่อสมอง เช่น อาการชัก หมดสติ เป็นต้น
  2. ปัญหาการขาดสารอาหารที่สำคัญ เช่น ไอโอดีน เหล็ก เป็นต้น
  3. สารปนเปื้อนต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาสมอง เช่น สารเสพติด ตะกั่ว สารหนู เป็นต้น
  4. การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ให้ดูทีวี เล่นแท็บเล็ตก่อนวัย 3 ขวบ ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กเป็นต้น

แนวทางดูแลเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า

  1. ออกเสียงพูดให้ชัดเจนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก
  2. ผู้เลี้ยงดูควรเริ่มพูดในสิ่งที่เด็กกำลังให้ความสนใจ ร่วมกันฝึกให้เด็กทำตามคำสั่ง หากเด็กยังฟังไม่เข้าใจ ให้จับมือเด็กทำพร้อมกับพูดคำสั่งไปด้วย
  3. ส่งเสริมให้เด็กได้พูดในสถานการณ์ต่างๆ
    • หากเด็กยังพูดไม่เป็นคำ เน้นพูดเป็นคำเดี่ยวๆ เช่น นม แมว ถ้าเด็กพูดตาม แต่ไม่ชัดเจน ให้ผู้เลี้ยงดูพูดคำนั้นซ้ำโดยพยายามพูดให้ชัดเจนเป็นตัวอย่าง
    • หากเด็กใช้ท่าทางบอกความต้องการ ผู้เลี้ยงดูต้องกระตุ้นให้เด็กออกเสียงเป็นคำพูดก่อนค่อยตอบสนองเด็ก
    • หากเด็กพูดเป็นคำเดี่ยวๆ ได้หลายคำ ให้ฝึกเด็กพูดต่อคำเป็นวลีหรือประโยคสั้นๆ เช่น กินน้ำ หรือ หนูขอกินน้ำ
  4. เทคนิค
    • ใช้คำถามปลายเปิด เช่น เรียกว่าอะไร ทำอะไรอยู่ อยู่ที่ไหน เอาไว้ทำอะไร แล้วจะเกิดอะไรต่อ เป็นต้น
    • เป็นผู้ฟังที่ดี มองหน้า ใช้ท่าทางอ่อนโยน ใช้คำถามที่เจาะจง ถ้าเด็กยังตอบคำถามไม่ได้
    • ขยายความในคำตอบของเด็ก รวบรวมคำตอบของเด็กให้เป็นประโยคที่สมบูรณ์ ให้แรงเสริมเมื่อเด็กทำได้ดี
  5. สร้างโอกาสเรียนรู้ทางภาษาผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การอ่านหนังสือนิทาน ดูรูปภาพ เป็นต้น
  6. ลดระยะเวลาที่เด็กจะได้รับการสื่อสารทางเดียว เช่น การดูโทรทัศน์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นต้น

Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพเด็ก

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม