ลำไส้อุดตัน รู้ทันสัญญาณเตือนและแนวทางการรักษา
ศูนย์ : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
บทความโดย : นพ. สมบุญ รุ่งจิรธนานนท์
ลำไส้อุดตันเป็นภาวะฉุกเฉินที่กากอาหารและแก๊สไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ตามปกติ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดบิดเกร็ง ท้องอืดรุนแรง ไม่ผายลม และไม่ขับถ่าย หากสงสัยว่าตนเองมีอาการ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้ลำไส้ขาดเลือด ทะลุ และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การป้องกันที่เหมาะสมคือการหมั่นสังเกตระบบขับถ่ายและเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เมื่อมีอาการบ่งชี้
ความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะภาวะที่อาหารและของเหลวไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ตามปกติ หรือที่เรียกว่า "ลำไส้อุดตัน" ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่หากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุของภาวะลำไส้อุดตัน รวมถึงอาการที่ต้องระวัง และแนวทางการรักษาอย่างถูกต้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
สารบัญ
- ภาวะลำไส้อุดตัน คืออะไร ?
- ลําไส้อุดตัน เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ?
- ลําไส้อุดตัน : อาการและสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
- ลําไส้อุดตัน มีวิธีรักษาอย่างไร ?
- ผ่าตัดลําไส้อุดตัน อันตรายไหม ? สิ่งที่ผู้ป่วยและญาติควรรู้
- ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลนครธน พร้อมดูแลปัญหาระบบขับถ่าย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลำไส้อุดตัน (FAQs
- ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ภาวะลำไส้อุดตัน คืออะไร ?
ภาวะลำไส้อุดตัน (Bowel Obstruction) คือ ภาวะที่ลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่เกิดการอุดตัน ทำให้กากอาหาร น้ำ และแก๊ส ไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านไปได้ตามปกติ จนเกิดการสะสมและคั่งค้างเหนือบริเวณที่อุดตัน ส่งผลให้ลำไส้พองตัว มีแรงดันในช่องท้องสูงขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ลำไส้อาจเกิดภาวะขาดเลือด เน่า และทะลุได้ในที่สุด
ลําไส้อุดตัน เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ?
หากสงสัยว่า ลําไส้อุดตันเกิดจากอะไร ในทางการแพทย์สามารถแบ่งสาเหตุออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ดังนี้
- การอุดตันทางกลศาสตร์ : เกิดจากการมีสิ่งกีดขวางทางกายภาพภายในช่องท้อง เช่น พังผืดในช่องท้องที่เกิดจากการผ่าตัดเดิม ภาวะไส้เลื่อน ก้อนอุจจาระที่แข็งตัวอุดตัน ติ่งเนื้อขนาดใหญ่ หรือที่พบบ่อยและเป็นอันตรายอย่างมากคือ ก้อนเนื้องอกและมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ลำไส้อืดหรือการอุดตันจากการทำงาน : ภาวะที่ลำไส้ไม่บีบตัวตามปกติโดยไม่ได้มีสิ่งกีดขวาง อาจเกิดจากผลข้างเคียงของการใช้ยาบางชนิด ภาวะติดเชื้อรุนแรงในช่องท้อง หรือความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ควบคุมการทำงานของลำไส้
ลําไส้อุดตัน : อาการและสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับลำไส้ ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจน โดยอาการที่ผู้ป่วยมักพบและควรรีบมาพบแพทย์ทันที ได้แก่
- ปวดท้องรุนแรงเป็นพัก ๆ หรือปวดบิดเกร็งทั่วหน้าท้อง
- ท้องอืด ท้องบวมโต และรู้สึกตึงแน่นอย่างเห็นได้ชัด
- คลื่นไส้ อาเจียนอย่างต่อเนื่อง (บางรายอาจอาเจียนมีสีและกลิ่นคล้ายอุจจาระ)
- ไม่สามารถผายลมได้เลย
- ไม่ขับถ่ายอุจจาระ หรือมีอาการท้องผูกอย่างรุนแรงแบบเฉียบพลัน
ลําไส้อุดตัน มีวิธีรักษาอย่างไร ?
แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เฉพาะทาง โดยพิจารณาจากสาเหตุและความรุนแรงของการอุดตัน ซึ่งวิธีรักษาจะแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ดังนี้
- การรักษาแบบประคับประคอง (ไม่ต้องผ่าตัด) : มักใช้ในกรณีที่ลำไส้อุดตันไม่สมบูรณ์ แพทย์จะให้ผู้ป่วยงดน้ำและอาหาร ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด และทำการใส่สายยางทางจมูกลงไปในกระเพาะอาหาร (NG Tube) เพื่อดูดระบายแก๊สและของเหลวคั่งค้าง ช่วยลดความดันในลำไส้ และให้ลำไส้ได้พักการทำงาน
- การรักษาด้วยการผ่าตัด : สำหรับกรณีที่มีการอุดตันโดยสมบูรณ์ ลำไส้มีภาวะขาดเลือด หรือแพทย์ตรวจพบว่ามีก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งขวางลำไส้อยู่ จำเป็นต้องผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อนำส่วนที่อุดตันออกและซ่อมแซมลำไส้
ผ่าตัดลําไส้อุดตัน อันตรายไหม ? สิ่งที่ผู้ป่วยและญาติควรรู้
หลายท่านเมื่อทราบว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดมักมีความกังวล และสงสัยว่าการผ่าตัดลําไส้อุดตันอันตรายไหม ในความเป็นจริงแล้ว นี่เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่มีความเสี่ยงเหมือนการผ่าตัดช่องท้องทั่วไป แต่ "การไม่ผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้ ถือว่าอันตรายและเสี่ยงถึงชีวิตมากกว่า" เนื่องจากลำไส้ที่อุดตันอาจแตก ทะลุ หรือทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการผ่าตัด ทั้งยังส่งผลให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลนครธน พร้อมดูแลปัญหาระบบขับถ่าย
หนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะลำไส้อุดตันคือการมีติ่งเนื้อหรือก้อนมะเร็งซ่อนอยู่ในลำไส้ใหญ่ การป้องกันที่มีประสิทธิภาพ คือการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ หากคุณมีอาการปวดท้องเรื้อรัง ระบบขับถ่ายผิดปกติ หรือมีอายุ 45 ปีขึ้นไป ไม่ควรปล่อยผ่านให้ความผิดปกติลุกลาม
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลนครธน ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีการส่องกล้องลําไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้แพทย์มองเห็นรอยโรคและสามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ทันทีในขณะที่ทำการส่องกล้อง ทั้งยังช่วยป้องกันความเสี่ยงโรคมะเร็งและภาวะลำไส้อุดตันในอนาคต
นัดหมายหรือติดต่อสอบถามรายละเอียด ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลนครธน ชั้น 10
- Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- LINE Official: @nakornthon
- Tel: 02-450-9999 ต่อ 1390-1392
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลำไส้อุดตัน (FAQs)
-
Q: ลำไส้อุดตัน อาการเริ่มต้น สังเกตอย่างไร ?
A: สามารถดูได้จากอาการปวดบิดเกร็งที่หน้าท้องเป็นพัก ๆ รวมถึงอาการท้องอืด รู้สึกแน่นพะอืดพะอม คลื่นไส้ และที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดคือ ร่างกายจะเริ่มไม่มีการผายลม และไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระได้ตามปกติเลย
-
Q: ปวดท้อง คลื่นไส้ เกิดจากอะ
A: อาการปวดท้อง คลื่นไส้ เป็นผลมาจากหลายสาเหตุในระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษ กระเพาะอาหารอักเสบ หรือโรคลำไส้แปรปรวน แต่หากคุณมีอาการปวดเกร็งรุนแรง คลื่นไส้อาเจียนหนักร่วมกับหน้าท้องตึงบวม ไม่ผายลมและไม่ถ่ายอุจจาระเลย อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะลำไส้อุดตัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน
-
Q: ภาวะลำไส้อุดตันสามารถหายเองได้หรือไม่ ?
A: หากเป็นการอุดตันเพียงบางส่วน ผู้ป่วยอาจมีอาการดีขึ้นได้หลังจากเข้ารับการรักษาแบบประคับประคองที่โรงพยาบาล เช่น การงดน้ำและอาหารเพื่อให้ลำไส้ได้พัก แต่หากเป็นการอุดตันโดยสมบูรณ์จะไม่สามารถหายเองได้ และถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์หรือผ่าตัดอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ลำไส้ขาดเลือดจนเน่าเสียหรือทะลุ
ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
แพ็กเกจ/โปรโมชั่น
บทความทางการแพทย์ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
