วิธีรักษาโรคมะเร็งด้วยคีโม ฉายรังสี ยามุ่งเป้า เลือกแบบไหนดี
ศูนย์ : ศูนย์มะเร็ง
บทความโดย : นพ. กิตติพงษ์ อุดมดำรงกุล
วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันมีหลายทางเลือก ทั้งการทำคีโม การฉายรังสี การใช้ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมจากชนิดและระยะของโรค การรักษามะเร็งอย่างตรงจุดควรต้องเข้าได้รับการวางแผนจากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย
วิธีรักษามะเร็งในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก แต่การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็ง ระดับความรุนแรงหรือระยะของโรค รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ด้วยความซับซ้อนของโรคนี้ การรักษาจึงจำเป็นต้องอาศัยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (Tumor Board) ทำงานร่วมกันเพื่อพิจารณาวางแผนการรักษา ที่ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลนครธน มุ่งเน้นการให้คำปรึกษาและวางแผนเพื่อหาวิธีรักษาโรคมะเร็งแบบเฉพาะบุคคล สู่การรักษาที่มีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระหว่างการรักษาตัว
สารบัญ
- วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันมีอะไรบ้าง ?
- รักษามะเร็งด้วยคีโม (เคมีบำบัด) คืออะไร มะเร็งระยะไหนต้องให้คีโม ?
- รักษามะเร็งด้วยการฉายรังสีหรือการฉายแสงคืออะไร มะเร็งระยะไหนต้องฉายแสง ?
- การรักษามะเร็งด้วยยามุ่งเป้าคืออะไร เหมาะกับมะเร็งชนิดไหน ?
- การรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดคืออะไร ?
- การรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตใช้เมื่อไหร่ ?
- การรักษาด้วยการผ่าตัดเหมาะกับมะเร็งระยะใด ?
- การรักษามะเร็งเฉพาะจุดคืออะไรต่างจากการทำคีโมอย่างไร ?
- วางแผนรักษามะเร็งเพื่อคืนคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีรักษาโรคมะเร็ง (FAQs)
- ปรึกษาแนวทางการรักษามะเร็งและปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันมีอะไรบ้าง ?
การแพทย์ในปัจจุบันมีแนวทางการรักษามะเร็งหลายรูปแบบ ซึ่งแพทย์อาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือใช้หลายวิธีร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรค ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปแนวทางการรักษาหลัก ๆ เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างของการรักษาในแต่ละวิธีได้ง่ายขึ้น
รักษามะเร็งด้วยคีโม (เคมีบำบัด) คืออะไร มะเร็งระยะไหนต้องให้คีโม ?
การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด หรือ คีโม เป็นการให้ยารักษามะเร็งเพื่อออกฤทธิ์ต้านหรือทำลายเซลล์มะเร็งที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว โดยยาจะกระจายไปตามกระแสเลือดเพื่อจัดการกับเซลล์มะเร็งทั้งในจุดต้นกำเนิดและบริเวณที่อาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ โดยสามารถให้ยาได้ทั้งรูปแบบการรับประทาน และการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ
ทั้งนี้ แพทย์จะพิจารณาให้คีโมตามระยะและชนิดของโรค แต่โดยส่วนมากมักจะใช้ในมะเร็งระยะที่ 2 ขึ้นไป หรือในกรณีที่มีความเสี่ยงในการแพร่กระจาย อีกทั้งยังสามารถใช้คีโมร่วมกับการผ่าตัดเพื่อลดขนาดก้อนมะเร็งก่อนผ่า หรือให้คีโมหลังผ่าตัดเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่
รักษามะเร็งด้วยการฉายรังสีหรือการฉายแสงคืออะไร มะเร็งระยะไหนต้องฉายแสง ?
การฉายรังสีรักษา (Radiation Therapy) หรือการฉายแสง เป็นการใช้คลื่นรังสีพลังงานสูงฉายไปยังบริเวณที่เป็นก้อนมะเร็ง เพื่อทำลายดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวและตายลงในที่สุด การฉายรังสีแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ การฉายรังสีระยะไกลจากภายนอกเครื่อง (External Beam Radiotherapy) เป็นการรักษาจากภายนอกไปยังอวัยวะของร่างกายที่เป็นมะเร็ง และการฝังแร่รังสีระยะใกล้ (Brachytherapy) เป็นการฝังแร่กัมมันตรังสีเข้าไปในก้อนมะเร็งโดยตรงหรือใกล้ ๆ กับก้อนมะเร็ง แล้วแร่หรือยานี้จะปล่อยกัมมันตรังสีไปทำลายเซลล์มะเร็งที่อวัยวะเป้าหมาย
การฉายรังสีมักใช้ในการรักษามะเร็งระยะที่ 1-3 ที่ยังอยู่เฉพาะที่ หรือยังไม่แพร่กระจายไปไกล รวมถึงใช้ในการบรรเทาอาการปวดกรณีมะเร็งลุกลามไปที่กระดูก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของรังสีแพทย์ร่วมกับแพทย์เจ้าของไข้
การรักษามะเร็งด้วยยามุ่งเป้าคืออะไร เหมาะกับมะเร็งชนิดไหน ?
การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) เป็นการใช้ยาที่ออกฤทธิ์เข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งอย่างเฉพาะเจาะจงที่ระดับโมเลกุล การรักษานี้มีผลกระทบต่อเซลล์ปกติในร่างกายน้อยกว่าการทำคีโม โดยตัวยาจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
- Small molecule drugs : ยาโมเลกุลขนาดเล็กที่แทรกซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งจากภายใน
- Monoclonal antibodies : โปรตีนสังเคราะห์ที่จับกับผิวเซลล์มะเร็งเพื่อยับยั้งการเติบโต
ยามุ่งเป้าเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งที่มีผลการตรวจทางพันธุกรรม และได้รับการยืนยันว่ามีการกลายพันธุ์ของยีนที่ตอบสนองต่อตัวยานั้น ๆ
การรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดคืออะไร ?
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) คือแนวทางการรักษามะเร็งโดยอาศัยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วยเอง ยาจะเข้าไปปลดล็อกกลไกที่เซลล์มะเร็งใช้หลบซ่อนตัว และกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาว สามารถจดจำและเข้าโจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันได้รับการรับรองให้ใช้รักษาโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา
การรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตใช้เมื่อไหร่ ?
การรักษามะเร็งด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Hematopoietic Stem Cell Transplantation) หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก เป็นการนำเซลล์ต้นกำเนิดที่สมบูรณ์จากตนเองหรือผู้บริจาคมาทดแทนเซลล์ในไขกระดูกที่ผิดปกติ มักใช้เป็นวิธีรักษาโรคมะเร็งในกลุ่มระบบเลือด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
การรักษาด้วยการผ่าตัดเหมาะกับมะเร็งระยะใด ?
การผ่าตัด เป็นการรักษามะเร็งในระยะที่ก้อนเนื้องอกยังอยู่เฉพาะที่ และยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้มีเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก เช่น การผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งช่วยลดอาการเจ็บปวดและใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดแบบสงวนอวัยวะ เช่น การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบสงวนเต้า
สำหรับวิธีรักษาโรคมะเร็งด้วยการผ่าตัดนั้น สามารถใช้พิจารณารักษามะเร็งได้หลายชนิด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งศีรษะและคอ มะเร็งเต้านมแบบตัดเต้านมทั้งหมด และการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม มะเร็งปากมดลูก การผ่าตัดก้อนมะเร็งที่สมอง มะเร็งกระดูก การผ่าตัดปอดบางส่วน มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งรังไข่ หรือมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น โดยในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีนี้ร่วมกับการให้คีโมหรือฉายรังสี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคให้ดียิ่งขึ้น
การรักษามะเร็งเฉพาะจุดคืออะไรต่างจากการทำคีโมอย่างไร ?
การรักษามะเร็งเฉพาะจุด เป็นเทคนิคที่มุ่งเป้าทำลายก้อนมะเร็งโดยตรง มักใช้บ่อยในโรคมะเร็งตับ เช่น
- Radiofrequency Ablation (RFA) : การใช้เข็มจี้ก้อนมะเร็งด้วยความร้อนหรือคลื่นความถี่สูง
- Transarterial Chemoembolization (TACE) : การให้ยาเคมีบำบัดพร้อมกับการอุดกั้นหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง
ข้อแตกต่างของการรักษามะเร็งแบบเฉพาะจุดกับการทำคีโมคือ วิธีนี้จะส่งผลเฉพาะบริเวณก้อนมะเร็งเป้าหมาย ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบทั่วร่างกายน้อยกว่า
วางแผนรักษามะเร็งเพื่อคืนคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วย
การรักษามะเร็งอาจไม่ได้จบลงที่วิธีใดวิธีหนึ่ง แต่อาจต้องอาศัยการผสมผสานหลายวิธีร่วมกัน สิ่งสำคัญคือการค้นพบโรคให้เร็วที่สุดและการประเมินแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ที่ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลนครธน เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง ที่พร้อมดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร ไม่เพียงแต่การรักษาทางกาย แต่ยังครอบคลุมถึงการดูแลสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวอย่างใกล้ชิด
เวลาทำการ ศูนย์กระดูกสันหลัง รพ.นครธน
- เปิดบริการทุกวัน : จันทร์-อังคาร, พฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 08.00 - 17.00 น. และ พุธ เวลา 08.00 - 12.00 น.
สถานที่ตั้ง
- ศูนย์มะเร็ง: โรงพยาบาลนครธน ชั้น 1 (ด้านในศูนย์อายุรกรรม
ช่องทางติดต่อศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลนครธน
- Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- LINE Official: @nakornthon
- Tel: 02-450-9999 ต่อ 1233
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีรักษาโรคมะเร็ง (FAQs)
-
Q: ฉายแสงกับคีโมต่างกันอย่างไรใช้ร่วมกันได้ไหม ?
A: หลักการคือคีโมจะเป็นการให้ยาผ่านกระแสเลือดเพื่อจัดการเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย ส่วนการฉายรังสีจะเน้นทำลายก้อนมะเร็งเฉพาะจุด ซึ่งแพทย์มักพิจารณาใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งให้ดียิ่งขึ้น
-
Q: มะเร็งรักษาหายขาดได้ไหม ?
A: หากตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นและเข้าสู่กระบวนการรักษาโรคมะเร็งที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยมีโอกาสสูงที่โรคจะสงบลงและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งนี้ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรคในแต่ละบุคคล
-
Q: ก่อนเริ่มรักษามะเร็งต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
A: ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และพูดคุยปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจแผนการรักษา เช่น มะเร็งระยะไหนต้องให้คีโม หรือ มะเร็งระยะไหนต้องฉายแสง เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือกับขั้นตอนการรักษาได้อย่างถูกต้อง
-
Q: ระหว่างรักษามะเร็ง ทานอาหารอะไรได้บ้าง มีข้อห้ามไหม ?
A: ควรเน้นรับประทานอาหารปรุงสุก สะอาด และมีโปรตีนสูงเพื่อช่วยซ่อมแซมร่างกายระหว่างทำคีโมหรือฉายรังสี ควรหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ และหากต้องการทานวิตามินหรืออาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง
-
Q: หลังรักษามะเร็งหายแล้ว ต้องติดตามผลนานแค่ไหน ?
A: แม้จะผ่านช่วงการรักษาหลักไปแล้ว ผู้ป่วยยังคงต้องมาตรวจติดตามอาการเป็นระยะตามที่แพทย์นัดอย่างเคร่งครัด โดยบางรายอาจต้องมีการรับยามุ่งเป้าหรือทำภูมิคุ้มกันบำบัดต่อเนื่องตามแผนการรักษา เพื่อควบคุมโรคและลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำ
ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
แพ็กเกจ/โปรโมชั่น
บทความทางการแพทย์ศูนย์มะเร็ง
