สาเหตุมะเร็งทางพันธุกรรม VS มะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

ศูนย์ : ศูนย์มะเร็ง

บทความโดย : นพ. กิตติพงษ์ อุดมดำรงกุล

แพทย์กำลังให้คำปรึกษาถึงปัจจัยการเกิดโรคและพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็ง

โรคมะเร็งสามารถเกิดได้จากทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยโรคมะเร็งพันธุกรรมเกิดจากยีนก่อโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดภายในครอบครัว ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งมักเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารไม่เหมาะสม พักผ่อนน้อย และขาดการออกกำลังกาย การเข้าใจปัจจัยเสี่ยงทั้งสองด้านจะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพ วางแผนป้องกัน และตรวจคัดกรองโรคมะเร็งได้อย่างเหมาะสม

เมื่อคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง หลายคนมักสงสัยว่าโรคนี้สามารถถ่ายทอดทางสายเลือดได้หรือไม่ แต่หากพูดถึงข้อเท็จจริง มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนก่อโรคมะเร็งที่สามารถส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูกได้ ทำให้ผู้ที่มียีนนี้มีความเสี่ยงเกิดโรคสูงกว่าคนทั่วไป โดยมักเริ่มมีอาการก่อนอายุ 50 ปี อย่างไรก็ตาม การได้รับยีนพันธุกรรมไม่ได้การันตีว่าจะต้องป่วยเป็นมะเร็งเสมอไป ดังนั้น การตระหนักรู้ถึงประวัติสุขภาพครอบครัว ควบคู่กับการดูแลตัวเองเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งจึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงและวางแผนป้องกันดูแลสุขภาพเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


พฤติกรรมเสี่ยงโรคมะเร็งและสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการเกิดโรค ภัยเงียบที่สร้างขึ้นเอง

ในทางกลับกัน โรคมะเร็งส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90-95 เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งเป็นตัวกระตุ้นหลักในการทำให้เซลล์ปกติเกิดการกลายพันธุ์และเจริญเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ พฤติกรรมเหล่านี้มักสะสมมาเป็นเวลานานจนก่อให้เกิดโรคในที่สุด โดยมีปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ ได้แก่

  • การบริโภคอาหาร : อาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม อาหารแปรรูป ไขมันสูง และเนื้อแดงปริมาณมาก เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ : สารเคมีในบุหรี่เป็นสารก่อมะเร็งรุนแรงที่ส่งผลต่ออวัยวะภายในร่างกาย ส่วนแอลกอฮอล์เชื่อมโยงโดยตรงกับมะเร็งตับและมะเร็งเต้านม
  • ความเครียดและพักผ่อนน้อย : ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดลง เปิดโอกาสให้เซลล์ผิดปกติเจริญเติบโต
  • ภาวะอ้วนและขาดการออกกำลังกาย : ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ เอื้อต่อการเกิดโรคมะเร็ง
  • สิ่งแวดล้อมและการติดเชื้อ : การสัมผัสมลพิษ สารเคมี หรือการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสเอชพีวี ไวรัสตับอักเสบบีหรือซี เป็นปัจจัยเร่งให้เซลล์เปลี่ยนแปลงรูปร่างจนกลายเป็นมะเร็งร้าย

> กลับสารบัญ


โรคมะเร็งกลุ่มไหนที่อาจเกิดจากพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ?

เมื่อเปรียบเทียบชนิดของโรคมะเร็ง จะพบว่า โรคมะเร็งบางกลุ่มมีความเด่นชัดในการถ่ายทอดสู่คนในครอบครัว ในขณะที่บางกลุ่มเป็นผลพวงจากพฤติกรรมอย่างชัดเจน

  • โรคมะเร็งที่เด่นชัดทางพันธุกรรม : ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกลุ่มนี้สามารถตรวจพบยีนกลายพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาได้ค่อนข้างชัดเจน เช่น ยีน BRCA1 และ BRCA2 ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักในกลุ่มมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิง รวมถึงพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • โรคมะเร็งที่เด่นชัดจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม : ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งปากมดลูก รวมถึงกลุ่มมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายหลายชนิดที่มีสาเหตุมาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่สะสมความเสี่ยงมาอย่างยาวนาน

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โรคมะเร็งทางพันธุกรรมกับโรคมะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมมีความแตกต่างกันอย่างไร และตรวจได้จากวิธีไหนบ้าง ?

ลองมาดูกันว่าระหว่างมะเร็งทางพันธุกรรม VS มะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม สาเหตุของการเกิดโรคมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ความแตกต่าง มะเร็งทางพันธุกรรม มะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม
สาเหตุหลัก ยีนกลายพันธุ์ที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่ เซลล์เสียหายสะสมจากปัจจัยภายนอก
พฤติกรรมเสี่ยง เป็นเพียงตัวเร่งอาการ ไม่ใช่สาเหตุเริ่มต้น เป็นสาเหตุหลักโดยตรง เช่น บุหรี่, แอลกอฮอล์ และมลพิษ
อายุที่มักพบโรค มักพบตั้งแต่อายุน้อยก่อนอายุ 50 ปี/td> มักพบในวัยกลางคนถึงสูงอายุ
ประวัติครอบครัว มีญาติสายตรงป่วยเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันหลายคน/td> เกิดเฉพาะบุคคลตามวิถีชีวิต อาจไม่มีประวัติครอบครัว
การตรวจคัดกรอง ตรวจเจาะลึกระดับ DNA หรือยีนพันธุกรรม/td> ตรวจสุขภาพประจำปี เช่น เอกซเรย์, ส่องกล้อง และตรวจเลือด

ตรวจคัดกรองมะเร็งได้จากวิธีไหนบ้าง ?

การตรวจคัดกรองมะเร็งสามารถเลือกให้เหมาะสมกับสาเหตุและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล ดังนี้

1. ตรวจหามะเร็งทางพันธุกรรม

ใช้วิธีวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมผ่านการเจาะเลือดหรือเก็บตัวอย่างน้ำลาย เพื่อค้นหาความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งที่ส่งต่อผ่านทางพันธุกรรม เช่น ยีน BRCA สำหรับมะเร็งเต้านม หรือกลุ่ม Lynch Syndrome สำหรับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพื่อช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงที่แฝงอยู่ ตั้งแต่ก่อนโรคแสดงอาการ

2. ตรวจหามะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

เน้นตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ ตามช่วงอายุและพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่

  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้รังสีต่ำ : ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด เหมาะสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่จัด
  • แมมโมแกรม ตรวจคัดกรองมะเร้งเต้านม
  • ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ : ตรวจหาติ่งเนื้อที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็ง
  • อัลตราซาวนด์ช่องท้อง : ตรวจหาความผิดปกติของตับและอวัยวะภายใน
  • เจาะเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็ง : เพื่อประเมินค่าความผิดปกติเบื้องต้นของร่างกาย
  • PAP Smear และ HPV DNA ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

อินโฟเกี่ยวกับปัจจัยการเกิดโรคมะเร็งทางพันธุกรรม VS มะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม อินโฟเกี่ยวกับปัจจัยการเกิดโรคมะเร็งทางพันธุกรรม VS มะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

> กลับสารบัญ


5 เช็กลิสต์สัญญาณบ่งชี้ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจยีนมะเร็งพันธุกรรม ?

ผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจยีนทุกราย แต่หากคุณมีลักษณะตรงกับเช็กลิสต์ดังต่อไปนี้ ควรพิจารณาเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม

  1. มีญาติสายตรงป่วยเป็นมะเร็งก่อนอายุ 50 ปี
  2. มีประวัติป่วยซ้ำซ้อน ญาติป่วยเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันหลายคน หรือบุคคลเดียวพบมะเร็งหลายชนิ
  3. มีประวัติมะเร็งกลุ่มเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันในครอบครัว เช่น มะเร็งเต้านมร่วมกับรังไข่ หรือ ลำไส้ใหญ่ร่วมกับเยื่อบุโพรงมดลูก
  4. พบมะเร็งชนิดหายากในครอบครัว เช่น มะเร็งเต้านมในผู้ชาย
  5. ตนเองเคยเป็นมะเร็งที่อวัยวะคู่ทั้งสองข้าง ไม่ว่าจะพร้อมกันหรือต่างเวลา เช่น มะเร็งเต้านมหรือมะเร็งไตทั้งสองข้าง

ตัวอย่างพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งปัจจัยเร่งโรคนอกเหนือจากมะเร็งพันธุกรรม ตัวอย่างพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งปัจจัยเร่งโรคนอกเหนือจากมะเร็งพันธุกรรม

ไม่ว่าโรคมะเร็งจะเกิดจากพันธุกรรมที่ส่งต่อมาตามสายเลือด หรือเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบตัว สิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีและลดความรุนแรงของโรค คือการตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก หากมีความกังวลเกี่ยวกับประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว หรือต้องการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงรุก สามารถเข้ารับการปรึกษาเรื่องโรคมะเร็งกับทีมแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้ทันที

นัดหมายหรือติดต่อสอบถามรายละเอียด ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลนครธน ชั้น 1

> กลับสารบัญ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคมะเร็งทางพันธุกรรม VS โรคมะเร็งจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม (FAQs)

  • Q: โรคมะเร็งเป็นกรรมพันธุ์ไหม ?

    A: โรคมะเร็งส่วนใหญ่ไม่ได้สืบทอดทางสายเลือด มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่เป็นมะเร็งพันธุกรรม ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีน ส่วนที่เหลือกว่าร้อยละ 90-95 มักจะมาจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการสะสมความเสียหายของเซลล์ในภายหลัง

  • Q: หากพ่อแม่เป็นมะเร็ง ลูกทุกคนจะต้องเป็นมะเร็งด้วยใช่หรือไม่ ?

    A: ไม่จำเป็นเสมอไป แม้ลูกจะได้รับการถ่ายทอดยีนผิดปกติที่ก่อให้เกิดมะเร็งทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ แต่ก็หมายถึงการมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้การันตีว่าจะต้องป่วยเป็นโรคมะเร็งเสมอไป การดูแลสุขภาพและการเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคได้

  • Q: ควรเริ่มตรวจมะเร็งทางพันธุกรรมเมื่ออายุเท่าไร ?

    A: โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจยีนความเสี่ยงเมื่ออายุประมาณ 18-25 ปีขึ้นไป หรือควรเข้ารับการตรวจล่วงหน้า 5-10 ปี ก่อนช่วงอายุที่น้อยที่สุดของสมาชิกในครอบครัวที่เริ่มป่วยเป็นมะเร็ง เพื่อให้สามารถวางแผนการติดตามและดูแลสุขภาพเชิงรุกได้อย่างทันท่วงด

  • Q: หากมีแนวโน้มเป็นมะเร็งทางพันธุกรรม การปรับพฤติกรรมจะช่วยลดความเสี่ยงได้จริงไหม ?

    A: ช่วยได้เป็นอย่างมาก แม้เราจะไม่สามารถแก้ไขรหัสพันธุกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดได้ แต่การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็ง เช่น การงดสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัจจัยกระตุ้นภายนอก ไม่ให้เข้าไปเร่งยีนที่มีความผิดปกติแฝงอยู่ให้แสดงผลออกมาก่อโรคได้เร็วขึ้

ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย




Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า
ตกลง

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย