CRS ร่วมกับ HIPEC รักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจายในช่องท้อง
ศูนย์ : ศูนย์ศัลยกรรม, ศูนย์มะเร็ง
บทความโดย : พญ. ชญานิษฐ์ ศิริไสย
การรักษาโรคมะเร็งระยะแพร่กระจายในช่องท้องด้วยวิธีดั้งเดิม เช่น การให้เคมีบำบัดทางหลอดเลือดเพียงอย่างเดียว มักมีข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากตัวยาไม่สามารถเข้าถึงเซลล์มะเร็งขนาดเล็กที่กระจายตัวอยู่ตามผิวเยื่อบุช่องท้องได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการควบคุมโรคยังไม่เต็มศักยภาพ แต่ปัจจุบันมีการรักษาด้วย CRS (Cytoreductive Surgery) ร่วมกับ HIPEC (Hyperthermic Intraperitoneal Chemotherapy) ที่เข้ามาเปลี่ยนนิยามของการรักษามะเร็งระยะแพร่กระจาย จากเดิมให้กลายเป็นการรักษาเชิงรุกที่มุ่งเน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมด เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีและต่อลมหายใจให้ยาวนานขึ้น
สารบัญ
CRS และ HIPEC คืออะไร?
- การผ่าตัด CRS (Cytoreductive Surgery) คือ การผ่าตัดเพื่อนำก้อนมะเร็งที่มองเห็นด้วยตาเปล่าออกให้มากที่สุด
- HIPEC (Hyperthermic Intraperitoneal Chemotherapy) เป็นการรักษาด้วยเคมีบำบัดทันทีหลังการผ่าตัด CRS ด้วยอุณหภูมิ 42-43 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 60-90 นาที ยาเคมีจะทำลายเซลล์มะเร็งขนาดเล็กที่มองไม่เห็นที่เหลือจากการผ่าตัด และไหลผ่านในช่องท้องโดยตรงไปทั่วทุกซอกทุกมุมของช่องท้อง
- การรักษา CRS และ HIPEC จึงช่วยควบคุมโรคมะเร็งที่แพร่กระจายในช่องท้องได้ดีกว่ารักษาด้วยการผ่าตัดและให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือด
ทำไมต้องใช้ CRS และ HIPEC ร่วมกัน
การผสานการรักษาด้วย CRS และ HIPEC ในการรักษามะเร็งระยะแพร่กระจายในช่องท้อง เพราะยาจะสามารถกำจัดมะเร็งได้โดยตรง ไม่ผ่านกระแสเลือดทั้งหมด ผลข้างเคียงจึงน้อยกว่า และความร้อนจะช่วยขยายหลอดเลือดและทำให้เซลล์มะเร็งตาย ทำให้ตัวยาเคมีบำบัดสามารถซึมลึกเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ดีกว่าการฉีดเข้าเส้นเลือดตามปกติ
CRS และ HIPEC รักษามะเร็งชนิดใดบ้าง
HIPEC มักใช้ร่วมกับ CRS ในการรักษามะเร็งที่แพร่กระจายเฉพาะในช่องท้อง เช่น
- Peritoneal Carcinomatosis มะเร็งที่แพร่กระจายจากระบบทางเดินอาหาร เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร
- มะเร็งรังไข่ ระยะลุกลามหรือมะเร็งที่กลับมาเป็นซ้ำ
- ภาวะที่เกิดจากเนื้องอกเมือกในไส้ติ่ง Pseudomyxoma Peritonei (PMP)
- มะเร็งเยื่อบุช่องท้องที่พบได้น้อย (Mesothelioma)
ขั้นตอนการรักษา CRS ร่วมกับ HIPEC
หลังจากตรวจร่างกายและประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะกับการรักษา CRS ร่วมกับ HIPEC จะมีขั้นตอนดังนี้
- ดำเนินการผ่าตัดแบบ CRS เพื่อกำจัดก้อนมะเร็งหรือเซลล์มะเร็งออกให้ได้มากที่สุด
- หลังการผ่าตัด จะเข้าสู่ขั้นตอน HIPEC โดยให้ยาเคมีบำบัดที่ถูกทำให้อุ่นประมาณ 42°C ไหลเวียนภายในช่องท้องทันที กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที อุณหภูมิที่สูงขึ้นช่วยเสริมฤทธิ์ของยาเคมีบำบัด และช่วยลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติ
- ผู้ป่วยต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 7-14 วัน ทั้งนี้การรักษาด้วยวิธี CRS ร่วมกับ HIPEC จะใช้เวลาประมาณ 6 ชม. และยังคงต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ป่วย ดังนั้นจึงควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้เข้าใจแนวทางการรักษาอย่างถูกต้อง และสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วยได้มากที่สุด
CRS และ HIPEC ผสานการรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
CRS และ HIPEC เป็นอีกทางเลือกการรักษาที่น่าสนใจสำหรับระยะแพร่กระจายในช่องท้อง แนวทางแบบผสมผสานนี้ให้ข้อดีสำหรับผู้ป่วย ดังนี้
- ช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ โดยสามารถทำลายทั้งเซลล์มะเร็งที่มองเห็นได้และเซลล์ขนาดเล็กที่อาจหลงเหลือหลังการผ่าตัด
- เพิ่มประสิทธิผลของการรักษา ด้วยการให้ยาเคมีบำบัดที่ถูกทำให้ร้อนถึงประมาณ 42 องศาเซลเซียสไหลเวียนในช่องท้องหลังผ่าตัด ทำให้ยาเข้าถึงและสัมผัสเซลล์มะเร็งได้อย่างทั่วถึงและตรงจุด
- ลดผลข้างเคียงจากการรักษา เนื่องจากเป็นการให้ยาเคมีบำบัดเฉพาะบริเวณช่องท้อง จึงสามารถใช้ยาในปริมาณสูงขึ้นได้โดยไม่กระทบต่อร่างกายส่วนอื่นมากนัก
- ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต โดยในผู้ป่วยบางกลุ่มสามารถยืดระยะเวลาการมีชีวิตให้นานขึ้นได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษา CRS ร่วมกับ HIPEC (FAQ)
1:CRS และ HIPEC คืออะไร?
ตอบ: CRS คือ การผ่าตัดเพื่อนำก้อนมะเร็งออกให้มากที่สุด ส่วน HIPEC คือการใช้ยาเคมีบำบัดความร้อนประมาณ 42-43 องศาเซลเซียส ไหลเวียนในช่องท้องเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งขนาดเล็กที่มองไม่เห็น
2:ทำไมต้องรักษา 2 วิธีนี้ร่วมกัน?
ตอบ: เพราะการผ่าตัดอย่างเดียวอาจหลงเหลือเซลล์ขนาดเล็กที่จะกลับมาโตเป็นก้อนใหม่ได้ การใช้ร่วมกันช่วยให้ยาเข้าถึงจุดเกิดโรคโดยตรง โดยความร้อนจะช่วยให้ยาซึมลึกเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ดีกว่าการฉีดเข้าเส้นเลือดตามปกติ
3:วิธีนี้ใช้รักษามะเร็งชนิดใดได้บ้าง?
ตอบ: ใช้รักษามะเร็งที่แพร่กระจายในช่องท้อง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งรังไข่ มะเร็งไส้ติ่ง (PMP) และมะเร็งเยื่อบุช่องท้อง (Mesothelioma)
4:การรักษาใช้เวลานานเท่าใดและต้องพักฟื้นกี่วัน?
ตอบ: กระบวนการรักษาทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง และหลังจากนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 7-14 วัน
5:ข้อดีที่โดดเด่นของการรักษาแบบ HIPEC คืออะไร?
ตอบ: ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและโอกาสในการมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ลดผลข้างเคียงต่อร่างกายส่วนอื่นเพราะเป็นการให้ยาเฉพาะจุด และช่วยลดโอกาสที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การผ่าตัด CRS ร่วมกับการให้เคมีบำบัดแบบ HIPEC นับเป็นแนวทางการรักษาที่ทันสมัยและมีความหวังสำหรับผู้ป่วยมะเร็งในช่องท้องระยะแพร่กระจาย วิธีการนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรค โดยมีหลักฐานสนับสนุนว่าสามารถช่วยยืดอายุผู้ป่วย ลดโอกาสการเกิดซ้ำของมะเร็ง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตโดยรวมให้ดีขึ้น โดยศูนย์มะเร็ง รพ.นครธน เรามีทีมแพทย์ และศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ พร้อมให้คำปรึกษาและการรักษาเพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วย
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์ศัลยกรรม, ศูนย์มะเร็ง
