พัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย แนวทางสำหรับพ่อแม่ให้ลูกเติบโตสมวัย
ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพเด็ก
บทความโดย : พญ. พิชยา พูลสวัสดิ์
พัฒนาการเด็กประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และภาษา ซึ่งต้องได้รับการดูแลและส่งเสริมอย่างเหมาะสมตามช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดถึง 12 ปี โดยการเข้าใจลักษณะพัฒนาการในแต่ละช่วงจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถสนับสนุนการเรียนรู้ ป้องกันความล่าช้า และเสริมสร้างศักยภาพของเด็กได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งควรติดตามและรับคำแนะนำจากกุมารแพทย์เพื่อวางรากฐานที่แข็งแรงต่อการเติบโตในอนาคต
พัฒนาการเด็ก เป็นกระบวนการเรียนรู้และเติบโตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงวัยรุ่น ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และภาษา การส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัยไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็กเติบโตอย่างสมบูรณ์ แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่แข็งแรงสำหรับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในอนาคต
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ สาระดี ๆ ที่เราจะนำมาแนะนำ สามารถนำไปเป็นคู่มือการติดตามและประเมินพัฒนาการของลูกน้อยอย่างเป็นระบบ ซึ่งการได้รับข้อแนะนำที่ถูกต้องจากกุมารแพทย์เฉพาะทาง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันภาวะพัฒนาการล่าช้า ภาวะบกพร่องทางสมอง หรือโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว เพื่อให้ลูกรักเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกย่างก้าว
สารบัญ
- ทำไมพัฒนาการเด็กแต่ละวัยถึงมีความสำคัญ ?
- พัฒนาการเด็ก 5 ด้านมีอะไรบ้าง ?
- พัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดถึง 12 ปี
- ปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก
- สัญญาณเตือนพัฒนาการเด็กล่าช้าที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม (Red Flags)
- วิธีส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย
- บริการทางการแพทย์เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กของโรงพยาบาลนครธน
- พัฒนาการเด็กตามช่วงวัยอย่างเหมาะสม เติบโตอย่างมีความสุข
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก (FAQ)
- ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทำไมพัฒนาการเด็กแต่ละวัยถึงมีความสำคัญ ?
พัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงวัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นรากฐานของการเรียนรู้ การปรับตัว และการใช้ชีวิตในอนาคต พัฒนาการที่สมบูรณ์ในแต่ละขั้นจะช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สามารถเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ การทำความเข้าใจพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยช่วยให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ดูแลสามารถส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ทำให้พวกเขามีโอกาสพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่
พัฒนาการเด็ก 5 ด้านมีอะไรบ้าง
พัฒนาการ (Development) คือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามลำดับ ในด้านต่าง ๆ ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และภาษา ทำให้มีความสามารถและทักษะเฉพาะ สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัยเด็ก โดยพัฒนาการเด็กจะแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ๆ ได้แก่
- พัฒนาการด้านร่างกาย (Physical Development) เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของร่างกาย กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว และการทรงตัว รวมถึงการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การเดิน วิ่ง กระโดด และกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น การหยิบจับ การเขียน เป็นต้น
- พัฒนาการด้านสติปัญญา (Cognitive Development) เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การคิด การแก้ปัญหา การใช้เหตุผล ความจำ ภาษา และความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
- พัฒนาการด้านอารมณ์ (Emotional Development) เกี่ยวข้องกับการแสดงออกและการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก การรับรู้และเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น การสร้างความผูกพันทางอารมณ์
- พัฒนาการด้านสังคม (Social Development) เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การปรับตัวเข้ากับสังคม การเล่นกับเพื่อน การเรียนรู้กฎระเบียบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
- พัฒนาการด้านภาษา (Language Development) เกี่ยวข้องกับการเข้าใจภาษา การสื่อสาร การใช้คำพูด การสร้างประโยค และการสื่อสารที่ไม่ใช่คำพูด เช่น ท่าทาง หรือสีหน้า
พัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดถึง 12 ปี
พัฒนาการของเด็ก เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและมีลักษณะเฉพาะในแต่ละช่วงอายุ การเข้าใจพัฒนาการเหล่านี้ช่วยให้ผู้ปกครองและผู้ดูแลสามารถส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยของเด็กได้อย่างเต็มที่
ตารางสรุปพัฒนาการสำคัญตามช่วงวัย (Milestones Table)
รายละเอียดพัฒนาการเด็กเชิงลึ
- พัฒนาการเด็กวัยทารกแรกเกิด - 1 เดือน เป็นช่วงที่เด็กแรกเกิดเริ่มปรับตัวจากการอยู่ในครรภ์มาสู่โลกภายนอก พัฒนาการในระยะนี้เน้นที่ระบบประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหวเบื้องต้น และการตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบตัว โดยเน้นการตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบตัว เช่น เสียง แสง และสัมผัส เด็กจะเริ่มมองเห็นในระยะใกล้ ขยับแขนขา และมีปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ตามธรรมชาติ เช่น สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงดัง ใช้การร้องไห้เป็นวิธีสื่อสารความต้องการ ต้องการความอบอุ่นจากการกอดอุ้มอย่างสม่ำเสมอ และควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน
- พัฒนาการทารก 1-12 เดือน ด้านร่างกาย เริ่มต้นจากการพลิกคว่ำพลิกหงาย คลาน นั่ง และบางคนอาจเริ่มเดินได้ในช่วงปลายวัย รวมถึงการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กหยิบจับสิ่งของได้ดีขึ้น ด้านสติปัญญา เด็กจะเรียนรู้ผ่านการสำรวจสิ่งรอบตัว จดจำใบหน้า เข้าใจเหตุผลอย่างง่าย ๆ และเริ่มเข้าใจคำสั่งพื้นฐาน ด้านอารมณ์และสังคม เด็กทารกจะเริ่มยิ้ม หัวเราะ แสดงความดีใจหรือวิตกกังวลเมื่อแยกจากผู้ดูแล และเริ่มเล่นง่าย ๆ กับผู้อื่นได้ ด้านภาษา จากการส่งเสียงอ้อแอ้ไปสู่การเลียนเสียง ออกเสียงพยางค์ซ้ำ ๆ และเริ่มพูดคำแรกที่มีความหมาย
- พัฒนาการเด็กวัยเตาะแตะช่วงอายุ 1-3 ปี ด้านร่างกาย เดินได้คล่อง วิ่ง ปีนป่ายได้ดีขึ้น สามารถใช้มือหยิบจับสิ่งของได้ซับซ้อนขึ้น เช่น ต่อบล็อก เปิดหน้าหนังสือ ด้านสติปัญญา เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ ทำตามได้ เริ่มใช้จินตนาการในการเล่น จดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ด้านอารมณ์และสังคม ชอบทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น (เป็นตัวของตัวเอง) แสดงอารมณ์ที่รุนแรงขึ้น เช่น โกรธ หงุดหงิด เริ่มเล่นกับเพื่อน ด้านภาษา เด็กเล็กจะพูดเป็นวลีและประโยคสั้น ๆ ได้ ใช้คำศัพท์ได้มากขึ้น สื่อสารความต้องการได้ชัดเจน
- พัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียน ช่วงอายุ 3-5 ปี ด้านร่างกาย ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น สามารถกระโดด วิ่ง สลับขา ขึ้นลงบันไดได้เอง ใช้กรรไกรได้ วาดรูปง่าย ๆ ได้ ด้านสติปัญญา มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการสูง ชอบถามคำถาม เรียนรู้ผ่านการเล่นบทบาทสมมติ เข้าใจแนวคิดเรื่องสี รูปทรง จำนวน ด้านอารมณ์และสังคม เริ่มเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่ม แบ่งปันของเล่น แสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ เรียนรู้การควบคุมอารมณ์ ด้านภาษา ใช้ประโยคที่ซับซ้อนขึ้น เล่าเรื่องได้ พูดคุยสื่อสารได้คล่องแคล่ว มีคำศัพท์เพิ่มขึ้นมาก
- พัฒนาการเด็กวัยเรียน ช่วงอายุ 5-12 ปี ด้านร่างกาย กล้ามเนื้อแข็งแรงและประสานงานกันได้ดีขึ้น สามารถเล่นกีฬาที่ซับซ้อนได้ พัฒนาทักษะการเขียนและการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ด้านสติปัญญา มีความคิดเชิงตรรกะและเหตุผลมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น เรียนรู้เรื่องนามธรรมได้ เข้าใจกฎเกณฑ์และกติกา ด้านอารมณ์และสังคม สร้างมิตรภาพที่ลึกซึ้งกับเพื่อน มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นมากขึ้น พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาความขัดแย้ง แสดงออกถึงความรับผิดชอบ ด้านภาษา ใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่วและเหมาะสมกับสถานการณ์ สามารถอ่าน เขียน และทำความเข้าใจข้อความที่ซับซ้อนได้
ลูก 1 ขวบ 6 เดือน ยังไม่พูด ผิดปกติไหม ?
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักกังวลเมื่อลูก 1 ขวบ 6 เดือน ยังไม่พูด หรือพูดได้น้อยมาก ซึ่งเราสามารถแบ่งอาการออกเป็น 3 สถานการณ์หลักดังนี้
- ปกติ (Late Talker) : ลูกยังไม่พูดเป็นคำชัดเจน แต่ "เข้าใจคำสั่ง" สบตาดี เล่นสมมติเป็น และใช้ท่าทางสื่อสารได้ (เช่น จูงมือไปดูสิ่งที่ต้องการ) กรณีนี้อาจเป็นเพียงพัฒนาการที่ช้ากว่าเกณฑ์เล็กน้อย
- ควรเฝ้าระวัง : พูดไม่ได้ และไม่ใช้ท่าทางสื่อสารร่วมด้วย หรือดูไม่ค่อยเข้าใจคำสั่งง่าย ๆ
- สัญญาณที่ต้องพบกุมารแพทย์ทันที : ไม่สบตา ไม่เรียกไม่หัน ชอบเล่นคนเดียวในโลกส่วนตัว หรือเคยพูดได้แล้วจู่ ๆ ก็หยุดพูดไป (Regressive
หากคุณพ่อคุณแม่กังวลเกี่ยวกับปัญหาลูกพูดช้า สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ เด็กพัฒนาการทางภาษาล่าช้า ปัญหาที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม หรือนัดหมายปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธนเพื่อประเมินเบื้องต้น
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก
พัฒนาการเด็กได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งจากภายในและภายนอก ได้แก่
- พันธุกรรม มีส่วนกำหนดพื้นฐานทางด้านร่างกาย สติปัญญา และแนวโน้มทางอารมณ์บางอย่าง
- โภชนาการ สารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง
- สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดูที่อบอุ่น ปลอดภัย มีการกระตุ้นที่เหมาะสม รวมถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ
- สุขภาพและการเจ็บป่วย สุขภาพที่ดีช่วยให้พัฒนาการเป็นไปตามปกติ การเจ็บป่วยเรื้อรังอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการได้
- การเล่นและการเรียนรู้ การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ในวัยเด็ก ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน
- ความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดู ความผูกพันที่มั่นคงและอบอุ่นกับพ่อแม่หรือผู้ดูแลหลักเป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาการทางอารมณ์และสังคม
สัญญาณเตือนพัฒนาการเด็กล่าช้าที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม (Red Flags)
หากลูกมีอาการเหล่านี้ตามช่วงวัย แนะนำให้รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
- 4 เดือน : ยังไม่ชันคอ ไม่สบตา หรือไม่ส่งเสียงอ้อแอ้
- 9 เดือน : ยังไม่นั่งเอง ไม่แสดงอาการโต้ตอบกับผู้เลี้ยงดู
- 12 เดือน : ยังไม่ยืนเกาะ ไม่พยายามสื่อสารด้วยท่าทาง
- 18 เดือน : ยังไม่เดิน หรือไม่พูดคำที่มีความหมายแม้แต่คำเดีย
- 24 เดือน : พูดคำสนธิไม่ได้ เช่น แม่ไป กินนม หรือมีพฤติกรรมทำอะไรซ้ำ ๆ นานเกินไป
พัฒนาการเด็กล่าช้าต้องทำอย่างไร ?
หากสังเกตพบสัญญาณเตือนของพัฒนาการที่ล่าช้า สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาแพทย์ หรือกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการเด็กโดยเร็วที่สุด แพทย์จะทำการประเมินพัฒนาการอย่างละเอียด และให้คำแนะนำที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึง
- การกระตุ้นพัฒนาการ ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยและความสามารถของเด็ก
- การบำบัดฟื้นฟู เช่น กิจกรรมบำบัด อรรถบำบัด (แก้ไขการพูด) กายภาพบำบัด
- การส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดู การจัดสภาพแวดล้อมที่บ้านหรือโรงเรียน
- การวินิจฉัยหาสาเหตุ หากสงสัยว่ามีสาเหตุทางการแพทย์ ควรมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยและรักษาที่ต้นเหตุ
วิธีส่งเสริมพัฒนาการเด็กตามช่วงวัย
พ่อแม่คือครูคนแรกที่ดีที่สุด คุณสามารถส่งเสริมลูกได้ง่าย ๆ ผ่านกิจกรรมดังนี้
- อ่านนิทาน : ช่วยเรื่องคลังคำศัพท์และจินตนาการ (ทำได้ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์)
- การเล่นอิสระ (Free Play) : ให้ลูกได้สัมผัสดิน ทราย น้ำ เพื่อพัฒนาประสาทสัมผัส
- งดหน้าจอ (Screen-Free): เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรดูทีวีหรือมือถือ เพราะส่งผลเสียต่อสมาธิและพัฒนาการทางภาษา
- ชมเชยด้วยความรัก : การกอดและการให้กำลังใจช่วยสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ (EQ)
บริการทางการแพทย์เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กของโรงพยาบาลนครธน
ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน พร้อมดูแลพัฒนาการเด็กในทุกช่วงวัย ดังนี้
- กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ตรวจรักษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตที่อาจผิดปกติ เด็กอ้วน เด็กผอม เด็กที่มีการเจริญเติบโตไม่สมวัย (ตัวเตี้ย/เล็ก) เป็นหนุ่มสาวเกินวัยภาวะที่ร่างกายมีฮอร์โมนผิดปกติ โตก่อนวัย เช่น โรคของต่อมไทรอยด์
- กุมารแพทย์เฉพาะทางพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก แพทย์เฉพาะทางที่ดูแลเด็กที่มีปัญหาหรือความแตกต่างด้านพัฒนาการ พฤติกรรม การเรียนรู้ หรืออารมณ์ โดยวางแผนการดูแลแบบองค์รวม ทั้งด้านแพทย์ จิตวิทยา และการบำบัด มีการประสานงานกับสหวิชาชีพ เช่น นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด นักจิตวิทยา ครูการศึกษาพิเศษ และครอบครัว รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลการบำบัดอย่างต่อเนื่อง
- จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แพทย์เฉพาะทางที่ดูแลด้านสุขภาพจิต อารมณ์ และพฤติกรรมของเด็กและวัยรุ่น โดยผสานทั้งมุมมองทางจิตเวชและจิตวิทยา พัฒนาการ โดยให้คำปรึกษาผู้ปกครองเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและการจัดการพฤติกรรมเด็ก ให้การบำบัดด้วยการพูดคุย (Psychotherapy) ร่วมกับยาในกรณีจำเป็น และทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาและทีมบำบัดอื่น ๆ เพื่อดูแลแบบสหสาขา รวมทั้งติดตามและประเมินผลการรักษาในระยะยาว
- นักกิจกรรมบำบัด ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ประเมินและบำบัดเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ ร่างกาย หรือจิตใจ โดยใช้กิจกรรมต่าง ๆ เป็นสื่อกลางเพื่อส่งเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน พัฒนาการสมวัย ทักษะทางสังคม อารมณ์ การรับรู้ และความสามารถในการปรับตัว เพื่อให้เด็กมีศักยภาพในการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข
- นักแก้ไขการพูด ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารที่วินิจฉัย รักษา และฟื้นฟูความผิดปกติเกี่ยวกับภาษา การพูด เสียง และการกลืนในทุกช่วงวัย โดยมีหน้าที่ประเมินความผิดปกติ ออกแบบแผนการบำบัด รักษาฟื้นฟู ฝึกฝนทักษะการสื่อสาร ให้คำปรึกษาแก่ผู้เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ความรู้เพื่อป้องกันปัญหาการสื่อสาร
- ครูการศึกษาพิเศษ ครูเฉพาะทางที่มีคุณวุฒิทางการศึกษาพิเศษ ทำหน้าที่ประเมินและวางแผนการสอนที่เหมาะสมกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ เช่น ความบกพร่องทางร่างกาย พัฒนาการ หรือการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการและทักษะชีวิตให้เต็มที่ โดยปรับเทคนิคการสอน สื่อ และเครื่องมือให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละบุคคล
การให้บริการ
- กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy)
- แก้ไขการพูด (Speech Therapy)
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Modification)
- ประเมินพัฒนาการแบบองค์รวม (Functional Emotional Development)
- เสริมสร้างทักษะทางสังคม (Social Skill Training)
- วัดระดับสติปัญญา (IQ Test)
- ทดสอบความสามารถทางวิชาการ (Achievement Test)
- ฝึกแก้ไขความบกพร่องทางการเรียน (Learning Therapy)
- การบำบัดครอบครัว (Family Therapy)
- การเล่นบำบัด (Play Therapy)
พัฒนาการเด็กตามช่วงวัยอย่างเหมาะสม เติบโตอย่างมีความสุข
ทุกย่างก้าวของลูกคือความภูมิใจของพ่อแม่ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน มุ่งมั่นที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดในการดูแลพัฒนาการของลูกน้อย ตั้งแต่เรื่องการเจริญเติบโตทางร่างกาย (Growth) ไปจนถึงสติปัญญา (IQ) และอารมณ์ (EQ) เพื่อให้เด็ก ๆ พร้อมเผชิญโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ
หากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกน้อย หรือต้องการพาลูกน้อยไปตรวจที่ศูนย์สุขภาพเด็ก นครธน เพื่อปรึกษากับทีมกุมารแพทย์เฉพาะทาง (หมอเด็ก) และประเมินอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน พร้อมดูแลครอบคลุมทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการที่ไม่สมวัย ร่างกายเติบโตผิดปกติ หรือภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย เพื่อส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยของคุณตั้งแต่แรกเริ่ม
เวลาทำการ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน
- เปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ เวลา 07.00 - 22.00 น.
สถานที่ตั้ง
- ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน ชั้น 2
ช่องทางติดต่อศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนครธน
- Facebook Fanpage: Nakornthon Hospital
- LINE Official: @nakornthon
- Tel: 02-450-9999 ต่อ 1132-1133 (เด็กป่วย) และ 1121-1122 (เด็กสุขภาพดี)
- Tel: 02-450-9901 (เบอร์ตรง)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก (FAQs)
-
Q: ลูกไม่ยอมสบตาเวลาพูดด้วย ผิดปกติไหม ?
A: การไม่สบตาเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะออทิสติกหรือสมาธิสั้น แต่ต้องดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย แนะนำให้ปรึกษาหมอเด็กเพื่อประเมินอย่างละเอียด
-
Q: หน้าจอมือถือ แท็บเล็ต รวมถึงโทรทัศน์ ส่งผลต่อพัฒนาการอย่างไร ?
A: การดูหน้าจอมากเกินไปในเด็กเล็ก ส่งผลให้เกิด "ออทิสติกเทียม" หรือพูดช้า เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว ขาดการโต้ตอบ
-
Q: ควรเริ่มตรวจพัฒนาการลูกเมื่อไหร่ ?
A: โดยปกติกุมารแพทย์จะประเมินทุกครั้งที่มาฉีดวัคซีน แต่หากพ่อแม่สังเกตเห็นความผิดปกติก่อน สามารถนัดหมายพบหมอพัฒนาการเด็กได้ทันที
ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพเด็ก
