เด็กออทิสติก หมั่นสังเกต รู้เร็วฝึกพัฒนาการได้

ศูนย์ : ศูนย์สุขภาพเด็ก

บทความโดย :

เด็กออทิสติก หมั่นสังเกต รู้เร็วฝึกพัฒนาการได้

เด็กออทิสติก (Autistic) หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องของพัฒนาการด้านสังคม การมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ภาษาและการสื่อความหมาย รวมถึงพฤติกรรมด้านอารมณ์ และจินตนาการซึ่งมีผลมาจากการทำงานในหน้าที่ของสมองบางส่วนที่บกพร่อง


สาเหตุภาวะออทิสติก

ในปัจจุบัน ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนถึงสาเหตุของการเกิดภาวะออทิซึม มีข้อสันนิษฐานจากปัจจัยหลายประการ ที่ส่งผลให้การทำงานในหน้าที่ต่างๆ ของสมองไม่สมบูรณ์ อาการจะแสดงให้เห็นในเด็กอายุ 2-3 ปีหรือเร็วกว่านั้น ขึ้นกับการสังเกตของผู้ปกครอง และการนำมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

> กลับสารบัญ


ลักษณะอาการเด็กออทิสติก

มีลักษณะอาการหลายประการประกอบกันซึ่งอาจพบได้ ดังนี้

  1. ลักษณะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม มีการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลน้อย เช่น การไม่มองสบตา เฉยเมย ไม่แสดงสีหน้าท่าทางหรือกิริยาอาการเมื่อมีผู้ทักทาย เล่นรวมกลุ่มกับเพื่อนไม่ค่อยเป็น ไม่สนใจทำงานร่วมกับใคร มักจะแยกตัวอยู่คนเดียว
  2. ลักษณะการสื่อสาร พูดช้ากว่าวัย ความเข้าใจภาษาหรือการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารมีน้อย บางคนมีภาษาเป็นของตนเอง ซึ่งคนอื่นฟังไม่รู้เรื่องบางคนไม่พูดเลยหรือพูดได้เป็นคำๆ มีพูดเลียนแบบหรือทวนคำถามพูดซ้ำๆ แต่สิ่งที่ตนเองเข้าใจ ใช้ระดับเสียงพูดระดับเดียวตลอด
  3. มีพฤติกรรมซ้ำๆ ผิดปกติ ซึ่งเป็นพฤติกรรมกระตุ้นตนเอง เช่น เล่นมือ โบกมือไปมา หมุนตัวไปรอบๆ หรือเดินเขย่งปลายเท้ายึดติด ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน หมกมุ่นติดสิ่งของบางอย่าง
  4. ลักษณะทางอารมณ์ มีการแสดงออกทางอารมณ์ไม่เหมาะสมกับวัย ควบคุมอารมณ์หรือแสดงความรู้สึกไม่เหมาะสม เช่น หัวเราะหรือร้องไห้โดยไม่สามารถบอกเหตุผลได้ หรือมีอารมณ์โกรธเมื่อสื่อสารกับผู้อื่นไม่ได้หรือไม่เข้าใจ

2. ความดื้อ เป็นความรู้สึกต่อต้านโดยเฉพาะในช่วงอายุ 2-3 ปี ซึ่งอยู่ในระยะปฏิเสธ ไม่ยอมใคร จะดื้ออย่างที่เขาต้องการทำเท่านั้น อาจเนื่องมาจากความไม่เข้าใจกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่บังคับเกินกว่าเหตุตั้งกฎเกณฑ์มากเกินไป

วิธีแก้ไข

  1. ผู้ใหญ่พ่อแม่ควรร่วมมือกันในการอบรมเด็กไม่ขัดแย้งกันไม่กล่าวโทษกัน
  2. ตั้งกฎเกณฑ์ที่เด็กสามารถทำได้ตามวัย
  3. เวลาเด็กทำอะไรควรช่วยแนะนำในแนวทางที่เหมาะสมด้วยเหตุด้วยผล
  4. งดการดุและการลงโทษพร่ำเพรื่อไม่บังคับเด็กจนเกินไป
  5. ให้คำชมเชยหรือรางวัลเมื่อเด็กทำดี

> กลับสารบัญ


ระดับอาการของเด็กออทิสติก

ระดับอาการโดยทั่วไปจำแนกเป็น 3 ระดับดังนี้

  1. ระดับกลุ่มที่มีอาการน้อย กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีระดับสติปัญญาปกติหรือสูงกว่าปกติ มีพัฒนาการทางภาษาดีกว่ากลุ่มอื่น แต่ยังมีความบกพร่องในทางทักษะสังคม การรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของบุคคลอื่น บางครั้งเรียกว่า กลุ่มออทิสติกที่มีศักยภาพสูง (High function) สำหรับแอสเพอเกอร์ซินโดรม (Asperger's Syndrome) เป็นกลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาและการเรียนรู้อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังมีข้อบกพร่องทางการปฏิสัมพันธ์กับสังคมอยู่บ้าง
  2. ระดับกลุ่มที่มีอาการปานกลาง กลุ่มนี้จะมีอาการล่าช้าในการพัฒนาการทางด้านภาษา การสื่อสาร ทักษะสังคม การเรียนรู้และการช่วยเหลือตนเอง และจะมีพฤติกรรมกระตุ้นตนเองพอสมควร
  3. ระดับกลุ่มที่มีอาการรุนแรง กลุ่มนี้มักจะมีความล่าช้าในการพัฒนาการเกือบทุกด้าน ตั้งแต่วัยเด็กและอาจเกิดร่วมกับภาวะอื่น เช่น ภาวะปัญญาอ่อน หรือบางคนมีปัญหาทางอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรง

ภาวะออทิสติกมีอาการแตกต่างกันหลายระดับ ตั้งแต่น้อยไปหามาก และสามารถมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ ได้อาการจึงเปลี่ยนไปตามวัยของเด็ก ทำให้การวินิจฉัยของแพทย์จึงแตกต่างไปได้ขึ้นกับว่าจะพบเด็กเมื่อวัยใด ดังนั้นพ่อแม่จึงไม่ควรยึดติดเพียงว่าลูกเป็นออทิสติกหรือไม่ เป็นการยอมรับว่าลูกมีพัฒนาการบางอย่างที่บกพร่องหรือล่าช้าไป และช่วยกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการตั้งแต่แรกพบและฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่เหมาะสมและใกล้เคียงปกติที่สุด

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

แนวทางการรักษา

  1. การใช้ยารักษา การใช้ยาเพื่อบำบัดปัญหาพฤติกรรมเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการรักษาโรคให้หายขาด โดยจะมีการใช้ยาเฉพาะรายที่มีความจำเป็น เช่น มีพฤติกรรมก้าวร้าว ชนอยู่ไม่นิ่ง
  2. การกระตุ้นพัฒนาการ โดยการประเมินความสามารถของเด็กในทุกๆ ด้าน พร้อมฝึกกระตุ้นพัฒนาการด้านที่เด็กบกพร่อง โดยทีมผู้รักษา เช่น การฝึกพูดกิจกรรมบำบัดและพฤติกรรมบำบัด
  3. การแก้ไขพฤติกรรมที่เป็นปัญหา และการช่วยเหลือครอบครัว
  4. การจัดการศึกษาที่เหมาะสม เช่น การศึกษาพิเศษ การเรียนร่วมกับเด็กปกติ ฝึกอาชีพ

> กลับสารบัญ


หลักการช่วยเหลือเด็กออทิสติก มีจุดมุ่งหมายสำคัญ ดังนี้

  1. การกระตุ้นเด็กออทิสติกตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อให้พัฒนาการที่หยุดยั้ง ได้พัฒนาเป็นปกติตามวัย
  2. การลดพฤติกรรมที่ผิดปกติของเด็กออทิสติก โดยใช้พฤติกรรมบำบัดและกิจกรรมอื่นๆ ทดแทน
  3. กระตุ้นให้เด็กออทิสติกเข้ากลุ่มในวัยเดียวกัน เพื่อพัฒนาด้านสังคมและอารมณ์
  4. การฝึกให้เด็กพูดและสามารถสื่อความหมายทางภาษาพูด โต้ตอบปฏิบัติตามคำสั่งได้
  5. เด็กออทิสติกที่มีปัญหาการนอน มีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง หรือมีปัญหาอารมณ์รุนแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ แพทย์จะเป็นผู้ให้ยาด้วยความระมัดระวัง
  6. ในเด็กออทิสติกที่มีพฤติกรรมต่างๆ ดีขึ้น และมีอายุอยู่ในวัยเรียน การศึกษาพิเศษก่อน ให้เด็กได้มีทักษะการเรียนรู้อย่างเหมาะสม เพื่อฝึกความพร้อมเบื้องต้นจึงส่งเรียนร่วมกับเด็กปกติต่อไป เด็กปกติจะเป็นแบบอย่างให้เด็กออทิสติกเป็นอย่างดี

> กลับสารบัญ



บทบาทผู้ปกครองเด็กออทิสติก

การให้ความช่วยเหลือเด็กออทิสติก ถือเป็นภารกิจสำคัญของครอบครัวที่จะต้องมีบทบาทสำคัญ นอกเหนือจากทีมผู้รักษา ดังนั้น ความเข้าใจในธรรมชาติของเด็กออทิสติก ความเข้าใจแนวทางการช่วยเหลือ จะทำให้ครอบครัวสามารถช่วยเหลือเด็กออทิสติกในความดูแลได้อย่างถูกทางมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่ครอบครัวพึงตระหนัก คือ ความเชื่อมั่นในศักยภาพของครอบครัว โดยต้องคิดเสมอว่าครอบครัวสามารถช่วยเหลือลูกได้ และต้องเชื่อมั่นว่าเด็กออทิสติกที่อยู่ในความดูแลมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ หากได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่แรกพบและต่อเนื่อง

สำหรับในเด็กทั่วๆ ไป หากผู้ปกครองสงสัยในพฤติกรรมบางอย่าง หรือพัฒนาการทางภาษาและสังคมที่ดูช้าไป หรือแตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันจนสังเกตได้ ผู้ปกครองสามารถพาเด็กพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เพื่อการประเมินและให้คำแนะนำช่วยเหลือที่เหมาะสมได้ ตามหน่วยจิตเวชเด็กของโรงพยาบาล

> กลับสารบัญ


ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์สุขภาพเด็ก

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย