EN

5 ข้อดีของการทำอิ๊กซี่ (ICSI) เทคโนโลยีเพื่อผู้มีบุตรยาก

ศูนย์ : ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

บทความโดย : นพ. องอาจ บวรสกุลวงศ์

5 ข้อดีของการทำอิ๊กซี่ (ICSI) เทคโนโลยีเพื่อผู้มีบุตรยาก

เทคโนโลยีในการรักษาคู่สมรสที่มีบุตรยากมีอยู่หลายวิธี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุของแต่ละคู่เป็นอย่างไร โดยการทำอิ๊กซี่ (ICSI- IntraCytoplasmic Sperm Injection) ถือเป็นแนวทางที่จะช่วยรักษาผู้มีบุตรยากที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากลงลึกในรายละเอียดจะพบว่าเทคโนโลยีในเพื่อผู้มีบุตรยากด้วยการทำอิ๊กซี่มี 5 ข้อดี ดังนี้


1. อิ๊กซี่ลดความเสี่ยงทารกมีความผิดปกติ

ในการทำอิ๊กซี่ เมื่อเลี้ยงตัวอ่อนถึงวันที่ 3-5 แพทย์จะตัดเซลล์ตัวอ่อนเล็กน้อยไปตรวจโครโมโซม ซึ่งจะทำให้ทราบว่าตัวอ่อนมีความผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะความผิดปกติของพันธุกรรมที่จะเสี่ยงให้เกิดโรคต่างๆ เช่น ดาวน์ซินโดรม ธาลัสซีเมีย เป็นต้น ซึ่งการตรวจโครโมโซมจะทำให้มั่นใจได้มากขึ้นว่าเมื่อตัวอ่อนถูกนำกลับเข้าสู่โพรงมดลูกและเกิดการตั้งครรภ์แล้ว เด็กที่เกิดมาจะลดโอกาสเกิดความผิดปกติจากโครโมโซม


2. อิ๊กซี่เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

เมื่อเปรียบเทียบอิ๊กซี่กับการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF – InVitro Fertilization) ที่เป็นการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากเช่นกัน โดย IVF มีวิธีการทำคือ การนำไข่และเชื้ออสุจิไปไว้ในจานหลอดทดลอง เพื่อให้เกิดการผสมกันเอง ซึ่งวิธีนี้อาจเกิดปัญหาไข่กับเชื้ออสุจิไม่สามารถปฏิสนธิกันเองได้ ด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ไข่หนาในสตรีที่มีอายุมาก อสุจิจึงไม่อาจเจาะไข่เพื่อทำการปฏิสนธิได้ แต่ในขณะที่การทำอิ๊กซี่จะเป็นการฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสปฏิสนธิได้มากกว่า การทำ IVF


3. สามารถเก็บไข่และน้ำเชื้อก่อนทำอิ๊กซี่ได้นานถึง 10 ปี

สำหรับคู่สมรสที่ไม่พร้อมจะมีลูกและมีอายุน้อย หรืออายุไม่ถึง 35 ปี หรือแม้กระทั่งผู้ที่ยังไม่ได้สมรส สามารถทำการเก็บไข่และน้ำเชื้อของตัวเองไว้ได้เช่นกัน โดยจะเก็บแช่แข็งเอาไว้ได้นานถึง 10 ปี หากตัวเองแต่งงานหรือมีความพร้อมที่จะมีลูกเมื่อไหร่ จึงนำไข่และน้ำเชื้อออกมาเพื่อทำอิ๊กซี่ได้ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งและต้องทำการรักษาด้วยเคมีบำบัด การฉายแสง ซึ่งการรักษาเหล่านี้จะทำให้ไข่ฝ่อและอสุจิลดลงได้ แต่คนไข้สามารถนำไข่และอสุจิของตัวเองมาเก็บไว้ก่อนการรักษาได้เช่นกัน


4. การทำอิ๊กซี่สามารถเก็บตัวอ่อนได้เป็นเวลานาน

การเก็บตัวอ่อนสามารถเก็บได้นานกว่า 10 ปีเช่นเดียวกับการเก็บไข่และน้ำเชื้อ อย่างกรณีที่คู่สมรสยังไม่พร้อมมีลูก แต่กังวลว่าเมื่ออายุมากขึ้นอาจทำให้มีลูกยาก ก็สามารถใช้วิธีการปฏิสนธิแบบการอิ๊กซี่เพื่อเก็บตัวอ่อนเอาไว้ เมื่อถึงวันที่พร้อมจึงนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ หรือในกรณีที่ตั้งครรภ์จากการทำอิ๊กซี่ไปแล้ว และยังเหลือตัวอ่อนจากการทำครั้งแรก ก็สามารถเก็บแช่ตัวอ่อนไว้ หากต้องการมีลูกคนคนต่อไปจึงมาทำการย้ายตัวอ่อนอีกครั้ง


5. การทำอิ๊กซี่มีโอกาสตั้งครรภ์มากที่สุด

การทำอิ๊กซี่ช่วยให้มีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์สูงกว่าวิธีอื่นๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอายุของฝ่ายหญิง เช่น อายุไม่เกิน 35 ปี ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ 30-40% สำหรับอายุเกิน 35 ปี มีโอกาสมีประมาณ 20-30% และหากอายุเกิน 40 ปี จะมีโอกาสประมาณ 10-20% ฉะนั้นเมื่อสังเกตว่าตัวเองเข้าข่ายภาวะมีบุตรยาก คือ คู่สมรสที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา 1 ปี หรือในคู่สมรสที่อายุมากกว่า 35 ปี มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอเป็นเวลา 6 เดือน แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ก็ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

จาก 5 ข้อดีของการทำอิ๊กซี่ (ICSI) ที่กล่าวไปข้างต้น จะพบว่าอิ๊กซี่เป็นเทคโนโลยีเพื่อรักษาผู้มีบุตรยากที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างไรก็ตามคู่สมรสที่เข้าข่ายหรือกำลังตกอยู่ในภาวะมีบุตรยาก ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์และทำการตรวจเพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดภาวะดังกล่าว แพทย์จึงจะเลือกวิธีรักษาให้กับคู่สมรสที่มีปัญหาได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง


Share :

บทความทางการแพทย์ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ท่านอาจสนใจเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์ของเราต่อไปโดยไม่ได้ปรับการตั้งค่าใดๆ เราเข้าใจว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์ของเรา คลิกเพื่อดูข้อเพิ่มเติม