โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) รู้ทัน...ก่อนอาการรบกวนชีวิต
ศูนย์ : ศูนย์อายุรกรรม
บทความโดย : นพ. ชวิศศิลป์ ปิ่นชุมพลแสง
จามไม่หยุด น้ำมูกใสไหล คัดจมูก คันจมูก รบกวนการทำงานและการนอนหลับใช่ไหม? อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่ไข้หวัด แต่คือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือเชื้อราไวเกินปกติ แม้ไม่รุนแรงถึงชีวิต แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาก็อาจกระทบระยะยาว มารู้จักสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาเพื่อรับมือได้อย่างถูกต้อง
สารบัญ
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ คืออะไร?
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารบางชนิดมากกว่าปกติ ทั้งที่สารเหล่านั้นไม่ได้เป็นอันตราย เมื่อสูดดมสารก่อภูมิแพ้ ร่างกายจะเกิดการอักเสบที่เยื่อบุโพรงจมูก ทำให้เกิดอาการ เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล และคันจมูก พบได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและวัยทำงาน แม้ไม่ใช่โรคที่อันตราย แต่หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลต่อการนอนหลับ การเรียน การทำงาน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ทำไมจึงเป็นโรคนี้?
ในผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ร่างกายจะมองว่าสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น หรือขนสัตว์ เป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่เรียกว่า IgE เพื่อมาตอบสนอง เมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้อีกครั้ง ร่างกายจะหลั่งสารต่าง ๆ เช่น ฮิสตามีน (Histamine) ออกมา ทำให้เยื่อบุจมูกเกิดการอักเสบ จึงเกิดอาการต่าง ๆ ของโรค และมักกลับมาเป็นซ้ำทุกครั้งที่สัมผัสสารที่แพ้
อาการที่พบบ่อย
ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกัน บางคนเป็นตลอดปี บางคนเป็นเฉพาะบางฤดูกาล โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- น้ำมูกใสไหล
- จามหลายครั้งติดต่อกัน โดยเฉพาะหลังตื่นนอน
- คันจมูก คันตา หายใจไม่สะดวก คัดจมูก
- ตาแดง น้ำตาไหล
- ใต้ตาคล้ำหรือมีรอยคล้ำบริเวณขอบตา
- เด็กบางคนชอบใช้มือขยี้หรือเสยปลายจมูกบ่อย ๆ เนื่องจากอาการคัน
- นอนหลับไม่เต็มอิ่ม ง่วงระหว่างวัน เหนื่อยง่าย หรือมีสมาธิลดลง
หากอาการเกิดบ่อยหรือเป็นต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก
สารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย
สารก่อภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้เกิดอาการมีหลายชนิด โดยที่พบบ่อย ได้แก่
- ไรฝุ่น เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด มักสะสมอยู่ใน ที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม ผ้าม่าน และตุ๊กตาผ้า
- ขนและรังแคสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงที่มีขน
- ละอองเกสรพืช พบมากในพื้นที่ที่มีต้นไม้ สนามหญ้า หรือในบางช่วงฤดูกาล
- เชื้อราในอากาศ มักพบในบริเวณที่อับชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือบริเวณที่มีน้ำรั่วซึม
- แมลงสาบ ทั้งตัวแมลง เศษซาก และมูลของแมลงสาบ ล้วนสามารถเป็นสารก่อภูมิแพ้ได้
หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ ควรทำอย่างไร?
หากมีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล หรือคันจมูกเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสฝุ่น ขนสัตว์ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมบางอย่าง ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
การรักษาอาจประกอบด้วย
- การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
- การใช้ยาควบคุมอาการตามคำแนะนำของแพทย์
- การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้
- การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Allergen Immunotherapy) มีทั้งรูปแบบยาอมใต้ลิ้นและแบบฉีดเข้าชั้นไขมันซึ่งช่วยลดความไวต่อสารก่อภูมิแพ้, ลดการใช้ยาและช่วยควบคุมอาการในระยะยาวในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้
คำถามที่พบบ่อยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (FAQ)
1:โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้คืออะไร และเกิดจากสาเหตุใด?
ตอบ: เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสารบางชนิดมากกว่าปกติ เมื่อสูดดมสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น หรือขนสัตว์ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน IgE และหลั่งสารฮิสตามีน ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกเกิดการอักเสบ
2:อาการที่เด่นชัดของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีอะไรบ้าง?
ตอบ: อาการพบบ่อย ได้แก่ น้ำมูกใสไหล จามติดๆ กัน คันจมูก คันตา ใต้ตาคล้ำ หายใจไม่สะดวก คัดจมูก นอนหลับไม่เต็มอิ่ม และง่วงระหว่างวัน
3:สารก่อภูมิแพ้ในอากาศที่พบได้บ่อยในประเทศไทยมีอะไรบ้าง?
ตอบ: สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น (พบมากที่สุด), ขนและรังแคสัตว์เลี้ยง, ละอองเกสรพืช, เชื้อราในอากาศ และเศษซากหรือมูลของแมลงสาบ
4:มีแนวทางการรักษาโรคนี้อย่างไรบ้าง?
ตอบ: การรักษาทำได้โดยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้, การใช้ยาควบคุมอาการ, การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ และการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Allergen Immunotherapy) ทั้งรูปแบบยาอมใต้ลิ้นและแบบฉีด
5:เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์เฉพาะทาง?
ตอบ: ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการเกิดบ่อย เป็นเรื้อรัง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือใช้ยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้มากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล และคันจมูก สารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ไรฝุ่น ขนสัตว์ ละอองเกสร เชื้อรา และแมลงสาบ ซึ่งการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ร่วมกับการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้อาการดีขึ้นและลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หากมีอาการรุนแรง เป็นเรื้อรัง หรือใช้ยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
นพ.ชวิศศิลป์ ปิ่นชุมพลแสง
อายุรศาสตร์,อายุรศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก
ศูนย์อายุรกรรม
ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
บทความทางการแพทย์ศูนย์อายุรกรรม
