หน้าอกไม่เท่ากันสัญญาณอันตรายที่ผู้หญิงต้องตรวจเต้านม

ศูนย์ : ศูนย์รักษ์เต้านม, ศูนย์ศัลยกรรม

บทความโดย : พญ. วายูน วจะโนภาส

ผู้หญิงกำลังคลำเต้านมเพื่อเช็กว่าภาวะหน้าอกไม่เท่ากัน

ภาวะหน้าอกไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติทางสรีรวิทยา แต่หากสังเกตพบว่า อยู่ ๆ หน้าอกก็ไม่เท่ากันอย่างชัดแบบกะทันหัน รวมถึงคลำพบก้อนเนื้อ หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมและคัดกรองความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมก็จะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด

สรีระผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหน้าอกใหญ่ไม่เท่ากัน ซึ่งอาจพบได้บ่อยและมักเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากขนาดเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันและมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณเตือนทางสุขภาพที่คาดไม่ถึง การทำความเข้าใจว่าภาวะหน้าอกไม่เท่ากันเกิดจากอะไร พร้อมรู้วิธีเช็กสัญญาณเตือน จะช่วยให้รู้เท่าทันความเสี่ยง และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที


หน้าอกไม่เท่ากันเกิดจากอะไร มีสาเหตุอะไรบ้าง ?

เต้านมประกอบด้วยเนื้อเยื่อไขมัน ต่อมน้ำนม และท่อน้ำนม การที่หน้าอกมีขนาดไม่เท่ากันสามารถแบ่งสาเหตุออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ปัจจัยทางธรรมชาติที่พบได้ทั่วไป และปัจจัยทางสุขภาพที่ควรเฝ้าระวัง

1. ปัจจัยทางธรรมชาติที่พบได้ปกติ

  • พันธุกรรม : หากคนในครอบครัวมีเต้านมไม่เท่ากัน ย่อมมีโอกาสได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • ฮอร์โมน : การเปลี่ยนแปลงช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือวัยทอง อาจทำให้เนื้อเยื่อเต้านมขยายหรือหดตัวไม่เท่ากัน
  • การให้นมบุตร : การให้ลูกดูดนมจากเต้าข้างใดข้างหนึ่งบ่อยกว่า จะกระตุ้นให้เต้านมข้างนั้นผลิตน้ำนมและมีขนาดใหญ่กว่า
  • น้ำหนักตัว : น้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ส่งผลให้ปริมาณไขมันในเต้านมแต่ละข้างเพิ่มหรือลดไม่เท่ากัน

2. ปัจจัยทางสุขภาพที่ควรเฝ้าระวัง

  • ซีสต์หรือถุงน้ำในเต้านม : ภาวะนี้จะทำให้เต้านมใหญ่ขึ้น คลำพบก้อนกลิ้งได้ และมักมีอาการเจ็บตามรอบเดือน
  • ก้อนเนื้อชนิดธรรมดา : เนื้องอกทั่วไปที่ไม่ใช่มะเร็ง ทำให้เนื้อเยื่อหนาตัวและจะไปเพิ่มขนาดของเต้านมให้เปลี่ยนไป
  • มะเร็งเต้านม : ก้อนมะเร็งจะดึงรั้งเนื้อเยื่อและผิวหนัง ทำให้รูปทรงและขนาดของเต้านมผิดเพี้ยนไปจนหน้าอกไม่เท่ากันเห็นได้ชัด

> กลับสารบัญ


สัญญาณเตือน ! หน้าอกไม่เท่ากันแบบไหนที่อันตราย ?

แม้ความแตกต่างของเต้านมส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ร่วมกับภาวะหน้าอกไม่เท่ากัน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยด่วน

  • ขนาดหรือรูปร่างเต้านมเปลี่ยนกะทันหัน โดยไม่ได้ตั้งครรภ์หรือมีรอบเดือน
  • คลำพบก้อนแข็งที่เต้านมหรือใต้รักแร้ ก้อนยึดติดแน่น ไม่กลิ้งไปมา
  • ผิวหนังเต้านมมีรอยบุ๋ม รอยย่น รวมถึงมีรอยแดงและหนา หรือขรุขระคล้ายเปลือกส้ม
  • หัวนมยุบตัว มีแผลเรื้อรัง หรือมีเลือดของเหลวผิดปกติไหลออกมา
  • ปวดเต้านมอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง โดยไม่เกี่ยวกับรอบเดือน

> กลับสารบัญ


วิธีเช็กเต้านมด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน

เพื่อเช็กว่าอาการหน้าอกไม่เท่ากันปกติไหม ควรตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำในช่วง 7-10 วันหลังเริ่มมีประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่เต้านมไม่คัดตึงและคลำหาความผิดปกติได้ง่าย โดยทำได้ 3 วิธี ดังนี้

  • คลำขณะอาบน้ำ โดยใช้ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลึงเป็นวงกลมให้ทั่วเต้านมไปจนถึงรักแร้ เพื่อหาก้อนเนื้อหรือความหนาตัวที่ผิดปกติ
  • สังเกตหน้ากระจก ปล่อยแขนข้างลำตัว ยกแขนขึ้น และเท้าสะเอว เพื่อสังเกตรูปร่าง ขนาด รอยบุ๋ม หรือความผิดปกติของผิวหนังและหัวนม
  • คลำในท่านอน โดยให้นอนหงาย จากนั้นสอดหมอนบริเวณไหล่ข้างที่จะตรวจเพื่อยกอกให้แอ่นขึ้น จากนั้นยกแขน และใช้มืออีกข้างคลำเต้านมในลักษณะเดียวกับการคลำขณะอาบน้ำ

แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์เต้านมอธิบายสาเหตุว่าหน้าอกไม่เท่ากันเกิดจากอะไร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์เต้านมอธิบายสาเหตุว่าหน้าอกไม่เท่ากันเกิดจากอะไร

> กลับสารบัญ


เช็กความเสี่ยง ! ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านมอย่างจริงจัง

มะเร็งเต้านมเป็นภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการเจ็บปวดในระยะเริ่มต้น ผู้ที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อไปนี้ควรเข้ารับการคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

  • อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจเป็นประจำทุกปี
  • ประวัติครอบครัวที่มีญาติสายตรงป่วยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่
  • เริ่มมีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี หรือหมดประจำเดือนช้าหลังอายุ 55 ปี
  • ไม่มีบุตร หรือมีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปี
  • ประวัติสุขภาพเต้านม เคยคลำพบก้อนเนื้อ หรือเคยเจาะชิ้นเนื้อตรวจมาก่อน
  • การใช้ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนทดแทนต่อเนื่องเป็นเวลานาน

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ต่างกันอย่างไร ?

เมื่อพบความผิดปกติ แพทย์จะแนะนำให้ตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งการคัดกรองมะเร็งเต้านมที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบันคือการใช้เครื่องแมมโมแกรมควบคู่กับการทำอัลตราซาวนด์

ข้อแตกต่าง ดิจิทัลแมมโมแกรม อัลตราซาวนด์เต้านม
หลักการทำงาน ใช้รังสีเอกซเรย์ปริมาณต่ำถ่ายภาพเนื้อเยื่อเต้านม ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสะท้อนภาพโครงสร้างภายใน
ความโดดเด่น ตรวจพบจุดหินปูนขนาดเล็กมาก หรือความผิดปกติที่อัลตราซาวนด์และคลำไม่พบ แยกแยะได้ชัดเจนว่าก้อนที่พบเป็นถุงน้ำหรือก้อนเนื้อทึบ
ความเหมาะสม ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื้อเยื่อเต้านมลดลง ทำให้เห็นรอยโรคชัดเจน ผู้หญิงอายุน้อย หญิงตั้งครรภ์ หรือตรวจเพิ่มเติมจากแมมโมแกรม

อาการหน้าอกไม่เท่ากันส่วนใหญ่เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่ได้บ่งชี้ถึงโรคร้ายแรงเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือการหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง หากพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือมีอาการน่าสงสัยร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจเต้านมโดยแพทย์ผู้ชำนาญการทันที การเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านมเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัว จะช่วยให้สามารถค้นพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษาให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย

ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลนครธน พร้อมให้คำปรึกษาและบริการตรวจวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับเต้านมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์เต้านม

> กลับสารบัญ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะหน้าอกไม่เท่ากันปกติไหม (FAQs)

  • Q: กระดูกสันหลังปกติของผู้ใหญ่กับเด็ก ต่างกันไหม ?

    A: ลักษณะโครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน คือ ต้องเป็นเส้นตรงเมื่อมองจากด้านหลัง แต่ในเด็กกระดูกจะยังมีความยืดหยุ่นสูงและมีการเจริญเติบโตอยู่ ทำให้หากเกิดภาวะกระดูกสันหลังคดในช่วงวัยรุ่น มุมคดจะเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษมากกว่าผู้ใหญ่

  • Q: หน้าอกไม่เท่ากัน ปกติไหม อันตรายหรือไม่ ?

    A: ถือเป็นเรื่องปกติและไม่อันตรายหากความแตกต่างนั้นมีมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น แต่หากขนาดและรูปทรงเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน คลำพบก้อนแข็ง หรือมีอาการเจ็บปวดผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

  • Q: หน้าอกไม่เท่ากันให้นมลูกได้ไหม ?

    A: สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ ขนาดเต้านมที่ต่างกันมักเกิดจากปริมาณเนื้อเยื่อไขมันที่ไม่เท่ากัน ซึ่งไม่มีผลต่อการทำงานของต่อมน้ำนมหรือประสิทธิภาพในการผลิตน้ำนมแต่อย่างใด

  • Q: หน้าอกไม่เท่ากันแบบไหนที่เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม ?

    A: หากหน้าอกมีขนาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คลำพบก้อนแข็งที่ยึดติดแน่นไม่ขยับ ผิวหนังเต้านมบุ๋มรั้งคล้ายเปลือกส้ม หัวนมยุบตัว หรือมีเลือดและน้ำเหลืองไหลจากหัวนม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองทันที

  • Q: ควรตรวจเช็กเต้านมด้วยตัวเองช่วงเวลาไหนดี ?

    A: ช่วงเวลาที่เหมาะสมและแม่นยำที่สุดคือ 7-10 วันหลังเริ่มมีประจำเดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนลดลง เต้านมจะไม่คัดตึง ทำให้สามารถคลำหาความผิดปกติหรือก้อนเนื้อได้ชัดเจนและไม่เจ็บ

ปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพแบบออนไลน์
ไม่เสียค่าใช้จ่าย




Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย