คนอ้วน-เครียด-ไขมันสูง ฟังไว้! แพทย์เตือนเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

ศูนย์ : ศูนย์หัวใจ

บทความโดย :

คนอ้วน-เครียด-ไขมันสูง ฟังไว้! แพทย์เตือนเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ


ทำไมคนอ้วน เครียด ไขมันในเลือดสูง ถึงเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

คนอ้วน หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิดมาตรฐาน ไขมันในเลือดสูง และมีความเครียด ถือว่าเป็นปัจจัยร่วมที่ไปเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดอักเสบ แข็งตัว และตีบตันจากคราบไขมันที่เกาะผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอจากภาวะอุดตันจนเกิดอาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือหัวใจวายเฉียบพลันได้

  • ไขมันในเลือดสูง (โดยเฉพาะ LDL) ไขมันส่วนเกินจะเข้าไปพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือดด้านใน ทำให้เส้นเลือดที่เคยยืดหยุ่นกลายเป็นท่อที่แข็ง ตีบตัน และขัดขวางการไหลเวียนของเลือด
  • โรคอ้วน น้ำหนักตัวที่มากเกินไปบีบให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดหนักกว่าปกติ อีกทั้งยังมักมาคู่กับเบาหวานและความดันสูง ซึ่งเป็นตัวการด่านแรกที่เข้าไปทำลายโครงสร้างหลอดเลือดโดยตรง
  • ความเครียด เมื่อเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและหย่อนสมรรถภาพ ส่งผลให้ความดันพุ่งสูงจนหลอดเลือดเกิดการบาดเจ็บและอักเสบได้ง่าย

> กลับสารบัญ


โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) หมายถึง โรคที่เกิดจากหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (coronary artery) ตีบหรือตัน โดยสาเหตุเกิดจากไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้เนื้อเยื่อผนังหลอดเลือดชั้นในหนาตัวเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง ส่งผลให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ จนเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งจะทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หากคราบไขมันที่จะสะสมอยู่ที่ผนังหลอดเลือดชั้นในแตกออกจะกลายเป็นลิ่มเลือด จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันทำให้เสียชีวิตกะทันหันได้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ แบ่งได้ดังนี้

  1. ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ อันได้แก่
    • พันธุกรรม - บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ เช่น พ่อและแม่
    • อายุ - ความเสี่ยงของโรคจะเพิ่มขึ้นตามอายุ
    • เพศ - เพศชายมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่าเพศหญิง
  2. ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้
    • น้ำหนักเกิน (ภาวะอ้วน) - คนที่มีค่า BMI มากกว่า 30 มีอัตราเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ
    • ภาวะความดันโลหิตสูง - การปล่อยให้ความดันโลหิตสูงอยู่นานๆ
    • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง - เบาหวานจะทำให้หลอดเลือดต่างๆ เสื่อมลง จึงจำเป็นต้องควบคุมน้ำตาลให้มากที่สุด
    • ภาวะไขมันในหลอดเลือดผิดปกติ - ผู้ที่มี LDL สูง จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจสูงขึ้น
    • ไม่ออกกำลังกาย ความเครียด
    • การสูบบุหรี่ - บุคคลที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 2-4 เท่า

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

อาการที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยควรมาพบแพทย์

  1. อาการเจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับหรือรัดกลางหน้าอก อาจมีร้าวไปคอไหล่ กรามและแขนทั้งสองข้าง เป็นมากขึ้นเมื่อออกแรง
  2. มีอาการเหนื่อย หายใจหอบ นอนราบไม่ได้ แน่นอึดอัด หายใจไม่เต็มปอด มีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย อาจเกิดขึ้นเฉียบพลันหรือเป็นๆ หายๆ มาเป็นเวลานาน
  3. มีอาการเวียนศีรษะ เหมือนจะเป็นลม ร่วมกับแน่นหน้าอก เหงื่อออก
  4. อาการหมดสติ หัวใจหยุดเต้น

> กลับสารบัญ


การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ

  1. ตรวจร่างกายและซักประวัติ
  2. ตรวจผลเลือด
  3. ตรวจพิเศษ ได้แก่ การตรวจกราฟไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise stress test)
  4. ตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CTA) การสวนหัวใจ ( cardiac catheterization angiogram)

> กลับสารบัญ


แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ

  • แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยง เช่น การเลิกบุหรี่ ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร
  • รักษาด้วยยา คือ รับประทานยาลดการต้านเกล็ดเลือด และยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ยาลดไขมัน ยาลดความดันโลหิต
  • รักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจ โดยการใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจบริเวณที่ตีบตันและใช้ขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือด
  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด (coronary artery bypass grafting (CABG))

> กลับสารบัญ



ดังนั้น เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เราจึงควรปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ หยุดสูบบุหรี่ และลดความเครียดลงบ้างก็จะเป็นการดี



ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย